PReMA Projects & Activities
  print 
  มะเร็งเต้านม โรคร้าย...ภัยของสตรี Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 13 ตค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100   

       

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

ผศ.พญ.ธิติยา สิริสิงห เดชเทวพร

หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

มะเร็งเต้านม โรคร้าย...ภัยของสตรี

       มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบได้มากเป็นอันหนึ่งในบรรดามะเร็งทั้งหมดที่พบในผู้หญิงไทย และเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยไปเป็นจำนวนมาก
       สำหรับ รายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่า ในครั้งนี้ ได้พูดคุยกับ ผศ.พญ.ธิติยา สิริสิงห เดชเทวพร หน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะมาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ในหัวข้อ  “มะเร็งเต้านม โรคร้าย...ภัยของสตรี”

สถานการณ์ของโรคมะเร็งเต้านมในประเทศไทย

       มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบได้มากเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทย รองลงมาคือมะเร็งปากมดลูก สาเหตุที่พบโรคนี้ได้มากอาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผู้หญิงมีความใส่ใจตนเองมากขึ้น มีการเฝ้าระวังและการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมด้วยวิธีการต่าง ๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ หรือการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ก็อาจจะเป็นตัวเร่ง ทำให้ผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งเพิ่มมากขึ้นด้วย

       อย่างไรก็ตาม แม้จะพบโรคมะเร็งได้มากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน การเฝ้าระวังและการตรวจคัดกรองก็ทำให้พบโรคมะเร็งเต้านมในระยะแรกเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วขึ้น อัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมของผู้หญิงไทยจึงลดลงไปด้วยเช่นกัน

การดำเนินโรคของมะเร็งเต้านม

       การดำเนินโรคของมะเร็งเต้านมแบ่งออกเป็น 4 ระยะ เช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ โดยในระยะที่ 1 – 3 นับเป็นมะเร็งเต้านมระยะแรก โดยยังไม่มีการลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ๆ นอกจากเต้านมกับต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้รักแร้ ซึ่งมะเร็งในระยะแรก การรักษาจะยังได้ผลดี จึงทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตสูง แต่สำหรับมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 ซึ่งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ แล้ว การรักษาก็ยังสามารถทำได้ แต่ก็จะมีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่เสียชีวิตจากตัวโรค ดังนั้นผู้หญิงจึงควรให้ความใส่ใจในเรื่องสุขภาพของเต้านม หากพบความผิดปรกติจะได้รีบมาพบแพทย์ก่อนระยะที่โรคจะแพร่กระจายออกไปยังอวัยวะอื่น ๆ

การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม

       ในผู้หญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป วิธีการตรวจคัดกรองที่ละเอียดที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบันก็คือการเอกซเรย์เต้านมหรือการทำแมมโมแกรม ส่วนในผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ควรมีการคลำเต้านมเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้ง หากพบความผิดปรกติ จะได้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมโดยการคลำทุก ๆ 1 – 3 ปี ด้วย
       สำหรับการตรวจคัดกรองหาโรคมะเร็งเต้านมด้วยตนเองโดยการคลำ ควรทำหลังจากที่มีประจำเดือนแล้วประมาณ 2 – 3 วัน เพราะจะคลำได้ง่าย โดยอาจคลำในขณะอาบน้ำ โดยยกแขนข้างที่จะตรวจเต้านมขึ้นเหนือหัว และใช้มืออีกข้างคลำรอบ ๆ เต้านม หรือหากไม่สะดวกจะทำในท่านอนราบกับเตียงก็ได้ แต่ไม่ควรคลำในช่วงก่อนมีประจำเดือน เนื่องจากในช่วงนั้นเต้านมจะคัด ทำให้เจ็บง่าย และคลำแล้วอาจจะรู้สึกถึงความขรุขระได้
       อย่างไรก็ตามก้อนที่พบบริเวณเต้านม ไม่จำเป็นจะต้องเป็นก้อนที่เป็นเนื้อร้ายทั้งหมด โดยก้อนที่เป็นถุงน้ำหรือเนื้องอกในเต้านมมักจะมีขนาดไม่ใหญ่ เคลื่อนที่ได้ มีความหยุ่นคล้ายเต้านม แต่หากเป็นก้อนมะเร็งจะมีลักษณะแข็งกว่าเนื้อเต้านม มีความขรุขระ โดยในระยะแรกอาจจะเคลื่อนที่ได้ แต่หากมีขนาดใหญ่ก็จะขยับไม่ค่อยสะดวก เพราะจะติดอยู่กับผนังหน้าอก ซึ่งสำหรับผู้ที่ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้าตมด้วยตนเองแล้วพบความผิดปรกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยต่อไป
       สำหรับการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ ในผู้หญิงที่มีอายุน้อย และเนื้อเต้านมยังหนาและแน่นอยู่ หากพบความผิดปรกติ แพทย์อาจจะใช้วิธีอัลตราซาวด์ ซึ่งจะบอกได้เลยทันทีว่าก้อนเหล่านั้นเป็นซีสต์หรือถุงน้ำในเต้านม แต่หากพบก้อนเนื้อที่ไม่แน่ใจ แพทย์ก็อาจจะมีการเจาะถุงน้ำหรือชิ้นเนื้อมาตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน หรือหากพบว่าเต้านมของผู้ป่วยมีก้อนใหญ่ แข็ง มีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังร่วมด้วย แพทย์ก็จะทำการวินิจฉัยโดยการเจาะชิ้นเนื้อมาตรวจดูเพื่อยืนยันเช่นกัน

สัญญาณเตือนโรคมะเร็งเต้านม

       สำหรับการคลำพบก้อนคือสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเป็นโรคมะเร็งเต้านมในระยะแรก แต่หากมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ก็อาจหมายถึงการเป็นมะเร็งเต้านมในระยะที่สูงขึ้น เช่นการคลำได้ก้อนบริเวณใต้รักแร้ ซึ่งเกิดจากการที่ก้อนมะเร็งจากเต้านมแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ ส่วนในบางราย หากโรครุนแรงมากขึ้น ผิวของเต้านมบริเวณที่มีก้อนมะเร็งอยู่ก็จะมีลักษณะที่ผิดปรกติไป เช่น บวม แดง ผิวหนังบริเวณนั้นหนา ขรุขระ เหมือนผิวส้ม มีเลือดหรือน้ำเหลืองไหลออกมาจากหัวนมโดยไม่ได้มีการกระทบกระแทก เป็นต้น

การรักษามะเร็งเต้านม

       การรักษามะเร็งเต้านมในระยะแรก จะเป็นการรักษาร่วมกันหลายสาขาวิชา เพราะต้องใช้การรักษาร่วมกันหลาย ๆ วิธี โดยในระยะแรกการผ่าตัดถือว่าเป็นการรักษาหลัก และเมื่อผ่าตัดเสร็จแล้ว ก็อาจจะต้องมีการรักษาเสริมด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การใช้ยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน การฉายรังสี เพื่อควบคุมโรคให้นานที่สุด
       ส่วนการรักษาโรคในระยะท้าย ๆ ที่โรคแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้รักแร้หรือเหนือไหปล้าร้าแล้ว ผู้ป่วยก็ยังมีโอกาสหายขาดได้เช่นกัน แต่อาจจะไม่สูงมากเหมือนการรักษาตั้งแต่ในระยะแรก ๆ

นวัตกรรมในการรักษามะเร็งเต้านม

       ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ ปัจจุบันจึงมีความก้าวหน้าในการรักษามะเร็งเต้านมหลายรูปแบบ ทั้งในด้านการผ่าตัด การใช้ยา การฉายรังสี โดยในการผ่าตัด เดิมแพทย์จะตัดเต้านมของผู้ป่วยออกทั้งหมด แต่ปัจจุบันสามารถที่จะเก็บเนื้อเต้านมในส่วนที่ไม่เป็นมะเร็งเอาไว้ได้ ซึ่งมีประโยชน์ทางด้านจิตใจของผู้ป่วย ในด้านยาซึ่งเป็นการรักษาเสริมหลังการผ่าตัด ปัจจุบันก็มียาใหม่หลายตัว ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยปลอดจากโรคได้นานขึ้น นอกจากนั้นยาที่ช่วยลดผลข้างเคียงจากยารักษาโรคมะเร็งก็มีประสิทธิภาพดีขึ้นด้วยเช่นกัน ส่วนในด้านรังสีรักษา ปัจจุบันมีเครื่องฉายรังสีที่ทันสมัยและมีความละเอียดมากขึ้น ซึ่งสามารถลดผลข้างเคียงระยะยาวที่เกิดจากการฉายรังสีได้

ดูแลตนเองให้ห่างไกลมะเร็งเต้านม

       การป้องกันตนเองจากโรคมะเร็งเต้านมสามารถทำได้โดยการควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการรับประทานฮอร์โมนทดแทนติดต่อกันนานเกินไป และหากมีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไปก็ควรเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมเป็นประจำทุกปี

คำถามจากผู้ฟังทางบ้าน

Q: มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งเต้านม จะมีคำแนะนำอย่างไร?

A:มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่ในบางครอบครัวที่มีประวัติป่วยเป็นมะเร็งเต้านมก็จะเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้หญิงที่อยู่ในครอบครัวนั้นมากขึ้น ดังนั้นผู้หญิงที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะเป็นญาติสายตรง ควรจะมีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ มีการตรวจร่างกายตนเองเป็นประจำ และหากพบความผิดปรกติ ก็ควรรีบไปพบแพทย์ด้วย

Q: การใช้ฮอร์โมนทดแทน มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมหรือไม่?

A:จากการศึกษาในปัจจุบันพบว่าการรับประทานฮอร์โมนทดแทนหลังหมดประจำเดือนจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมหากรับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป และการรับประทานฮอร์โมนร่วมกัน  2 ชนิด ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น หากมีความจำเป็นต้องรับประทานฮอร์โมนทดแทน ก็สามารถรับประทานได้ แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และควรเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมเป็นประจำ รวมทั้งไม่ควรรับประทานติดต่อกันนานเกิน 5 ปีด้วย

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook