PReMA Projects & Activities
  print 
  ทำอย่างไร...เมื่ออีคิวเด็กไทยต่ำลง? Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 7 กค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100   

       

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

นพ.ทวี ตั้งเสรี

รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข  

ทำอย่างไร...เมื่ออีคิวเด็กไทยต่ำลง?

       หลาย ๆ ท่านอาจคิดว่าความเฉลียวฉลาดทางเชาวน์ปัญญา(ไอคิว)เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้บุคคลคนหนึ่งประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียนและการประกอบหน้าที่การงาน แต่ในปัจจุบันได้มีการให้ความสำคัญในเรื่องของความฉลาดทางอารมณ์ (อีคิว) ไม่น้อยไปกว่าไอคิว เพราะปัจจัยที่จะทำให้คนคนหนึ่งประสบความสำเร็จนั้น ต้องประกอบด้วยทั้งไอคิวและอีคิวที่ดี อย่างไรก็ตามจากผลการสำรวจในรอบ  10 ปีที่ผ่านมา พบว่าอีคิวของเด็กไทยซึ่งเป็นอนาคตของชาติลดต่ำลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีคิวด้านความสุขและความมุ่งมั่น
       สำหรับรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ ได้พูดคุยกับ นพ.ทวี ตั้งเสรี รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับปัญหาทางด้านอีคิวของเด็กไทย และแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวกัน

อีคิวคืออะไร?

       อีคิวคือความฉลาดทางอารมณ์หรือการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสมกับวัยของตนเอง เช่น ความสามารถในการยับยั้ง ควบคุมอารมณ์ การรู้จักรอ การอดทน
       การที่อีคิวจะมีความเหมาะสมกับวุฒิภาวะหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่ครอบครัวซึ่งถือเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคม โดยการที่คุณพ่อ คุณแม่มีเวลาในการดูแล อบรมสั่งสอน พูดคุย แก้ไขปัญหาให้กับเด็ก สอนให้เด็กรู้จักอดทน รู้จักที่จะรอ และมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสมเป็นจุดที่สำคัญมาก นอกจากนั้นในส่วนของโรงเรียน ครู อาจารย์ และเพื่อนนักเรียนก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยในการช่วยให้คนเรามีการแสดงออกทางอีคิวที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน
       สำหรับเด็กที่เกิดมาแต่ละคนจะมีการแสดงออกทางอารมณ์ไม่เหมือนกัน ในเด็กในบางรายอาจจะร้องไห้งอแง ในขณะที่เด็กบางรายแม้จะหิวหรือตัวเปียกแฉะก็ยังไม่ร้องไห้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัจจัยพื้นฐาน และปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้เมื่อนำมาประกอบกับปัจจัยด้านการเลี้ยงดูจากครอบครัว การสมาคมกับเพื่อนฝูง ก็จะกลายเป็นสิ่งที่หล่อหลอมอีคิวของเด็กในที่สุด

พ่อ แม่ เบ้าหลอมสำคัญสำหรับอีคิวของเด็ก

       นอกจากปัจจัยต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว สำหรับพ่อ แม่ ผู้ปกครองที่มีอีคิวที่ดี ก็ย่อมเลี้ยงลูกให้มีอีคิวที่ดีตามไปด้วย ในหลาย ๆ ครั้งที่เห็นว่าเด็กบางคนมีการแสดงออกทางอารมณ์ไม่เหมาะสม รอไม่ได้ พอโมโหขึ้นมาก็ต้องทะเลาะกัน ชกต่อยกัน แย่งของกัน หากย้อนกลับไปดูที่คุณพ่อ คุณแม่ บางครั้งก็จะพบว่าบุคลิกภาพของคุณพ่อ คุณแม่ ก็มีปัญหาด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือการที่จะต้องให้ความรู้กับคุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับทัศนคติในการเลี้ยงดูเด็กที่เหมาะสมด้วย

ไอคิวและอีคิว ของที่ต้องมีคู่กัน

       มีคนกล่าวว่าการเป็นผู้บริหารที่ดี แค่มีไอคิวในระดับปานกลางก็เพียงพอแล้ว แต่จะต้องมีอีคิวที่ดี จึงจะได้จิตใจของคนในองค์กร และสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้

ปัญหาสำคัญ บั่นทอนอีคิวเด็กไทย

       ปัจจุบันเราจะพบว่ามีข่าววัยรุ่นตีกัน เด็กนักเรียนต่างสถาบันยกพวกตีกัน เด็กมีการฆ่าตัวตาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่บ่งบอกว่าอีคิวของเยาวชนไทยอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากการที่โลกของเรามีการพัฒนาไปมาก โดยเฉพาะทางด้านไอที ทำให้เด็กใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออยู่กับเทคโนโลยีต่าง ๆ การพูดคุยกันระหว่างพ่อ แม่ ลูก หรือ ลูกศิษย์กับอาจารย์ก็ลดน้อยลงไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะจะเกี่ยวข้องกับอีคิวของเด็กไทยโดยตรง

ผลสำรวจอีคิวของเด็กไทย

       จากผลการสำรวจความฉลาดทางด้านอารมณ์หรืออีคิวของเด็กไทยในรอบ 10 ปี พบว่าเด็กมีความคิดริเริ่มน้อยลง เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่กับเกมและทีวี และอีกปัญหาหนึ่งก็คือการควบคุมอารมณ์ ซึ่งพบว่าการควบคุมอารมณ์ของเด็กไทยแย่ลงกว่าเดิม โดยเรื่องนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องลงมาช่วยกันในการสร้างอีคิวของเด็กไทยให้ดีขึ้น เช่น การจัดให้เด็ก ๆ ร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ หรือการรวมกลุ่มกันออกกำลังกาย เพื่อทำให้เด็กหันมาทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ หรือการมั่วสุมกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยยกระดับอีคิวของเด็กไทยได้เป็นอย่างดี

กรมสุขภาพจิตกับการพัฒนาอีคิวของเด็กไทย

       ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งคลินิกทางด้านจิตใจและสังคมเพื่อให้การดูแลเด็กที่ได้รับการคัดกรองแล้วว่ามีปัญหาทางด้านอีคิว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในการควบคุมอารมณ์ ปัญหาในด้านการเรียน และหากพบว่าปัญหานั้นเกินขีดความสามารถในการดูแลของโรงเรียนหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ก็จะส่งต่อเด็กไปยังโรงพยาบาลจิตเวช โดยโครงการนี้ได้เริ่มต้นดำเนินการในวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

อีคิว...ดูแลได้ด้วยตนเอง

       ในการดูแลเด็กที่มีปัญหาทางด้านอีคิว ไม่จำเป็นว่าจะต้องเข้าไปรับการบำบัดดูแลในคลินิกทางสุขภาพจิตเสมอไป แต่หากพ่อ แม่ ผู้ปกครองหันให้ความสนใจ คุยกับเด็กมากขึ้น คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ  มีกิจกรรมในครอบครัวร่วมกัน ก็จะช่วยในเรื่องนี้ได้มาก และสำหรับในส่วนของโรงเรียน ปัจจุบันมักจะเน้นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมากกว่าอีคิว เพราะฉะนั้นต้องลดเรื่องนี้ลงมาบ้าง และหันมาให้ความสนใจในเรื่องของจิตใจ การปรับตัว และความเหมาะสมในการแสดงออกของเด็กให้มากขึ้น เพราะปัญหาเรื่องอีคิวถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook