PReMA Projects & Activities
  print 
  ความดันโลหิตสูง...ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 12 พค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

รศ.พญ.วีรนุช รอบสันติสุข

สาขาโรคความดันโลหิตสูง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหหิดล

ความดันโลหิตสูง...ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

       หากกล่าวถึงโรคความดันโลหิตสูง หลายท่านอาจคิดว่าเป็นโรคที่ไม่รุนแรง ประกอบกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้มักจะไม่รู้ตัว จึงมักมองข้ามและไม่ใส่ใจ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วโรคความดันโลหิตสูงอยู่ใกล้ตัวเรามาก และความดันโลหิตสูงก็ยังนำมาซึ่งการเกิดโรคร้ายแรงต่าง ๆ อาทิ โรคหลอดเลือดในสมองตีบ โรคหัวใจ โรคไตวาย เส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง อัมพาต ฯลฯ
       สำหรับรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ เราจะไปพูดคุยกับรศ.พญ.วีรนุช รอบสันติสุข สาขาโรคความดันโลหิตสูง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหหิดล เกี่ยวกับ “โรคความดันโลหิตสูง...ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม”

ความดันโลหิตในระดับใดจึงจัดว่าเป็นความดันโลหิตสูง?

       สำหรับในประชากรที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป หากมีระดับความดันโลหิตค่าบน หรือความดันโลหิตขณะที่หัวใจบีบตัวมีค่าเท่ากับหรือมากว่า 140 มิลลิเมตรปรอท และความดันโลหิตค่าล่าง หรือความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัวมีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท จะถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง และหากผู้ใดมีภาวะความดันโลหิตค่าบนสูงถึง 180 มิลลิเมตรปรอท และความดันโลหิตค่าล่างมีค่า 110 มิลลิเมตรปรอท ก็จะถือว่าเป็นความดันโลหิตสูงขั้นรุนแรง
       สำหรับโรคความดันโลหิตสูงสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มักพบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยในประชากรไทยพบผู้ป่วยความดันโลหิตสูงได้สูงถึง 22 %  และพบในคนเมืองมากกว่าคนต่างจังหวัด ซึ่งผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงควรได้รับคำแนะนำ การดูแล และให้การรักษาโดยแพทย์

ปัจจัยเสี่ยงของโรคความดันโลหิต

       ปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุในการเกิดโรคความดันโลหิตสูงอย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่เกิดจากกรรมพันธุ์ เช่น มีสมาชิกในครอบครัวหลาย ๆ คนเป็นความดันโลหิตสูง นอกจากนั้นความดันโลหิตสูงยังอาจเกิดจากพฤติกรรมหรือภาวะบางอย่างของร่างกาย เช่น ผู้ที่เป็นโรคอ้วน ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารรสเค็ม ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่มีความเครียดสูง และยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจพบได้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจพบได้ไม่บ่อยนัก (น้อยกว่า10 % ของผู้ป่วย) ก็คือ โรคไต โรคทางต่อมไร้ท่อบางชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนออกมามากเกินไป และการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้ปวด และยาลดน้ำมูก

อาการของโรคความดันโลหิตสูง

       ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ ซึ่งหากไม่ตรวจวัดความดันโลหิตก็จะไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะความดันโลหิตสูงแล้ว ในขณะที่ภาวะความดันโลหิตสูงก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ถูกทำลายไปเรื่อย ๆ โรคความดันโลหิตสูงจึงเปรียบได้กับ “ฆาตกรเงียบ” นั่นเอง
       อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยบางรายที่มีความดันโลหิตสูงมาก หรือความดันโลหิตสูงขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ก็อาจจะมีอาการแสดงบางอย่าง ซึ่งที่พบได้บ่อยได้แก่ ปวดศีรษะ ตามัว เลือดกำเดาไหล เหนื่อยง่าย หรือเจ็บแน่นหน้าอก

พิษภัยของโรคความดันโลหิตสูง

       ภาวะความดันโลหิตสูงหรือการมีแรงดันเลือดในหลอดเลือดแดงที่สูงมากเกินไปจะมีผลกระทบต่อหลอดเลือดและอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งหลัก ๆ ได้แก่
       - สมอง โดยหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองจะได้รับความกระทบกระเทือน ซึ่งในที่สุดก็จะทำให้เกิดการอุดตันหรือการแตก ทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต โดยผู้ป่วยจะมีอาการแขน ขาอ่อนแรง ชา หรือปากเบี้ยว
       - หัวใจ  ภาวะความดันโลหิตสูงจะมีผลทำให้หลอดเลือดหัวใจอุดตัน โดยผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก หรือหัวใจวาย ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้
       - ไต  ภาวะความดันโลหิตสูงอาจจะทำให้เกิดภาวะไตวายตามมาได้
       - หลอดเลือด ภาวะความดันโลหิตสูงจะทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอุดตัน เช่น หลอดเลือดที่ขา ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดขาเวลาเดิน และหลอดเลือดที่ตา ซึ่งหากอุดตันหรือแตก ก็จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการตามัว

ความดันโลหิตสูง รักษาได้ แต่ไม่หายขาด

       โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่รักษาได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่หายขาด เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุในการเกิดโรคอย่างแน่ชัด เพราะฉะนั้นผู้ป่วยจึงต้องได้รับการติดตามหรือดูแลรักษาโดยแพทย์อย่างต่อเนื่องโดยตลอด ซึ่งแนวทางการรักษาในปัจจุบันคือ
       - การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การลดอาหารที่มีรสเค็ม ลดน้ำหนัก หยุดสูบบุหรี่ ลดอัตราการดื่มสุรา ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการลดความดันโลหิต หรือช่วยให้ยาลดความดันโลหิตที่แพทย์จ่ายให้ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
       - การใช้ยาลดความดันโลหิต

เป็นโรคความดันโลหิตสูง ก็ออกกำลังกายได้

       หากผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงไม่ได้เป็นความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง หรือไม่ได้มีโรคหัวใจที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ก็สามารถที่จะออกกำลังกายได้ โดยควรออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 4 - 5 ครั้ง

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

       อาหารที่ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรหลีกเลี่ยงได้แก่ อาหารที่มีรสเค็ม และเนื่องจากผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักป่วยเป็นโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เบาหวาน ระดับไขมันในเลือดสูง หรืออ้วน  ซึ่งในผู้ป่วยที่มีเบาหวานร่วมด้วยก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน ในผู้ป่วยที่มีระดับไขมันในเลือดสูง ก็ควรมีการควบคุมระดับคอเรสเตอรอลในอาหาร และในผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วนร่วมด้วย ก็ควรต้องมีการควบคุมระดับแคลอรี่ในอาหาร เป็นต้น

ป้องกันตนเอง เลี่ยงความดันโลหิตสูง

       ปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคความดันโลหิตสูงมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคที่ผิดจากในอดีต ดังนั้นในประชากรที่ยังมีระดับความดันปรกติ หรืออายุยังน้อย ก็ควรจะมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ซึ่งได้แก่ ไม่รับประทานอาหารที่มีรสเค็มจนเกินไป ควบคุมน้ำหนัก ไม่สูบบุหรี่ หากดื่มสุราก็ดื่มพอประมาณ ไม่ดื่มมากจนเกินไป ซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ และในผู้ที่ป่วยเป็นดรคความดันโลหิตสูงแล้วพฤติกรรมเหล่านี้ยังช่วยส่งเสริมการลดความดันโลหิต หรือช่วยให้ยาลดความดันโลหิตที่แพทย์จ่ายให้ออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นดังได้กล่าวไปแล้วข้างต้นด้วย

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook