PReMA Projects & Activities
  print 
  ร้านยาคุณภาพ แตกต่างจากร้านยาทั่วไปอย่างไร Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 18 สค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100   

       

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

ภญ.สุณี ปัญญาวุฒิไกร

อดีตกรรมการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)

ร้านยาคุณภาพ แตกต่างจากร้านยาทั่วไปอย่างไร

       หลายท่านคงเคยใช้บริการร้านยา เพื่อหาซื้อยามารับประทานเมื่อยามเจ็บป่วย แต่การเข้าไปใช้บริการในร้านยาทั่ว ๆ ไป กับร้านยาที่เราได้ยินติดหูว่าเป็น “ร้านยาคุณภาพ” ก็มีความแตกต่างกันด้วย ซึ่งรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ในครั้งนี้ ได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่อง “ร้านยาคุณภาพมีความแตกต่างจากร้านยาทั่วไปอย่างไร” โดยได้รับเกียรติจาก ภญ.สุณี ปัญญาวุฒิไกร อดีตกรรมการสมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) มาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้

ร้านยาคุณภาพ แตกต่างจากร้านยาทั่วไปอย่างไร?

       ความแตกต่างระหว่างร้านยาคุณภาพและร้านยาทั่วไป อันดับแรกคือรูปลักษณ์ของร้าน โดยร้านยาคุณภาพจะมีความสะอาด สว่าง และมีการควบคุมอุณหภูมิของร้านอยู่ที่ประมาณ 25C เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการเก็บรักษายา นอกจากนั้นก็จะมีป้ายสัญลักษณ์ของร้านยาคุณภาพที่ชัดเจน และได้รับการรับรองจากสภาเภสัชกรรม
       ส่วนในด้านการให้บริการ ร้านยาคุณภาพก็มีความแตกต่างจากร้านยาทั่วไป โดยจะมีเภสัชกรให้บริการตลอดระยะเวลาทำการ ซึ่งจะมีการซักถามและให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาที่ตรงตามอาการ มีความเหมาะสม และปลอดภัย รวมไปถึงการแจ้งให้ผู้ป่วยทราบถึงผลข้างเคียงที่ต้องพึงระวังของยานั้น ๆ ด้วย และหากประเมินแล้วว่าผู้ป่วยมีอาการค่อนข้างรุนแรงหรือผิดปรกติ ก็จะมีการส่งต่อผู้ป่วยไปพบแพทย์ โดยจะมีมีใบส่งตัวซึ่งมีคำอธิบายเกี่ยวกับอาการของผู้ป่วยไปให้แพทย์ด้วย
       สำหรับในกรณีที่ผู้เข้ามารับบริการป่วยเป็นโรคเรื้อรัง และมาซื้อยาเพื่อรับประทานเอง ร้านยาคุณภาพจะมีการบันทึกเอาไว้เลยว่าผู้ป่วยรายนั้นรับประทานยาอะไรอยู่บ้าง และก่อนจะจ่ายยาให้ผู้ป่วย เภสัชกรประจำร้านจะทำการตรวจเช็คอาการของผู้ป่วยก่อน เช่น วัดระดับความดันโลหิต ตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด หากผลออกไม่ดีก็จะสอบถามเพื่อค้นหาสาเหตุ ให้คำแนะนำถึงข้อควรปฏิบัติ และให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่เป็นอยู่ เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายจากโรค แต่หากให้ความช่วยเหลือทุกอย่างไปแล้ว อาการของผู้ป่วยยังไม่ดีขึ้น ก็จะมีการส่งตัวผู้ป่วยไปพบแพทย์ต่อไป

รับบริการที่ร้านยาคุณภาพ ต้องจ่ายแพงกว่าหรือไม่?

       สำหรับร้านยาคุณภาพ เภสัชกรจะเป็นผู้คัดสรรผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เข้ามาในร้านด้วยตนเอง โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นยาในร้านยาคุณภาพอาจจะมีราคาสูงกว่ายาทั่ว ๆ ไปบ้าง แต่หากเปรียบเทียบกับการให้บริการที่ดี การเก็บรักษายาในอุณหภูมิที่เหมาะสม ระบบการตรวจเช็คการหมดอายุของยาอย่างมีประสิทธิภาพ ก็นับได้ว่าคุ้มค่ากับการเข้ามารับบริการ

การเก็บรักษายาอย่างถูกต้อง

       หลังซื้อยามาจากร้านยาคุณภาพที่มีการเก็บรักษายาอย่างถูกวิธี เมื่ออยู่ที่บ้านก็ควรเก็บรักษายาให้ถูกวิธีเช่นกัน ซึ่งสำหรับบ้านที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ก็สามารถเก็บยาไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิ 25C ได้เช่นเดียวกับที่ร้านยาคุณภาพ และสำหรับบ้านที่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศก็สามารถเก็บยาไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิปรกติได้ แต่ต้องระวังไม่ให้โดนแสงแดด หรือความร้อน เช่น เก็บไว้ในรถยนต์ หลังตู้เย็น หรือใกล้เตาไฟ เพราะอาจจะทำให้ยาเสื่อมสภาพได้
       ในกรณีของผู้ที่มียาเก็บไว้ในบ้านจำนวนมาก ควรแยกเก็บยาตามประเภทยาภายนอกและยาภายใน และเก็บไว้ในบริเวณที่ไม่มีความร้อนหรือความชื้นสูง ๆ เพราะอาจจะทำให้ยาเสื่อมสภาพก่อนถึงวันหมดอายุได้ และก่อนหยิบยามาใช้ก็ควรสังเกตวันหมดอายุ รวมทั้งสภาพภายนอกของยาด้วย ซึ่งหากพบว่ายามีสีผิดปรกติ เม็ดยานิ่มลง ผิวกร่อน หรือเม็ดยาแตกหัก ก็ไม่ควรรับประทาน เพราะยานั้นอาจเสื่อมสภาพและหากรับประทานเข้าไปก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

อยากเป็นร้านยาคุณภาพต้องทำอย่างไร?

       สำหรับร้านยาปรกติที่คิดว่ารูปลักษณ์ของร้านและรูปแบบการให้บริการเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ร้านยาคุณภาพของสภาเภสัชกรรม ก็สามารถติดต่อไปที่สภาเภสัชกรรมเพื่อสอบถามรายละเอียดในการสมัครเข้าเป็นร้านยาคุณภาพได้ ซึ่งหากร้านยาทุกร้านเป็นร้านยาคุณภาพ ประชาชนที่ไปใช้บริการก็จะได้รับยาที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยด้วย
       ปัจจุบันประเทศไทยมีร้านยาคุณภาพอยู่ประมาณ 540 ร้าน ซึ่งกระจายอยู่ในทุกจังหวัด แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ (ประมาณ 200 ร้าน) โดยร้านยาคุณภาพจะมีป้ายสัญลักษณ์รูปมือสีเขียว – ขาว และแถบสีเหลืองติดอยู่ในจุดที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งสำหรับท่านที่ต้องการซื้อยา ควรซื้อยาจากร้านที่มีป้ายสัญลักษณ์ดังกล่าว หรือร้านยาที่มีป้ายระบุว่ามีเภสัชการอยู่ประจำตลอดเวลาทำการ และทุกครั้งที่เข้าร้านยา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าลืมถามหาเภสัชกร”

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook