PReMA Projects & Activities
  print 
  ใช้ยาคุมกำเนิดอย่างไรให้ได้ผล? Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 18 กพ. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

ภญ.ณีรนุช  ทรัพย์ทวี

กรรมการ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)

ใช้ยาคุมกำเนิดอย่างไรให้ได้ผล?

       เดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งความรัก คู่รักหลายคู่อาจตัดสินใจที่จะเข้าสู่ประดูวิวาห์  อย่างไรก็ตามหลาย ๆ คู่ก็อาจยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร จึงต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ซึ่งรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ ได้ไปพูดคุยกัย ภญ.ณีรนุช  ทรัพย์ทวี กรรมการ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ในหัวข้อ “ใช้ยาคุมกำเนิดอย่างไรให้ได้ผล?”

วิธีการคุมกำเนิดในปัจจุบัน

       วิธีการคุมกำเนิดมีหลายวิธี ได้แก่
       • ผู้ชาย – การใช้ถุงยางอนามัย และการทำหมัน
       • ผู้หญิง – การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด , การทำหมันเปียก (หลังการคลอดบุตรทันที) , การทำหมันแห้ง (หลังการคลอดบุตรประมาณ 6 สัปดาห์) , การฉีดยาคุมกำเนิด , การฝังห่วงอานามัย และฝังยาคุมกำเนิด
       สำหรับครอบครัวที่เพิ่งใช้ชีวิตแต่งงานแต่ยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร วิธีการคุมกำเนิดที่ดีที่สุดของผู้หญิงก็คือการรับประทานยาคุมกำเนิด ซึ่งต้องมีการวางแผนล่วงหน้าก่อนการแต่งงาน เพราะจะต้องรับประทานยาคุมกำเนิดก่อนแต่งงานประมาณ 1 เดือน

ชนิดของยาคุมกำเนิด

       ยาคุมกำเนิดมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น ๆ 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ
       1. ยาคุมกำเนิดชนิดรวม ได้แก่ 
           - ยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนเท่ากันทุกเม็ด
           - ยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนแตกต่างกัน 2 ระดับ
           - ยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนแตกต่างกัน 3 ระดับ
       2. ยาคุมกำเนิดชนิดฉุกเฉิน ยาคุมกำเนิดชนิดนี้ควรใช้ในเวลาฉุกเฉินเท่านั้น และในระยะเวลา 1 เดือน ก็ไม่ควรรับประทานเกิน 4 เม็ด เนื่องจากยาคุมกำเนิดชนิดฉุกเฉินจะมีผลในการคุมกำเนิดเพียงแค่ 75 % เท่านั้น ดังนั้นจึงควรใช้เฉพาะในกรณีที่ถูกข่มขืน ถุงยางอนามัยของฝ่ายชายฉีกขาด หรือในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ

การเลือกใช้ยาคุมกำเนิด

       การเลือกชนิดของยาคุมกำเนิด ขึ้นอยู่กับสรีระของผู้หญิง สำหรับผู้ที่มีรูปร่างอวบอิ่ม มีหน้าอก จะเป็นลักษณะของผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนมากเกินไป  ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนน้อยลง หากเป็นผู้หญิงที่มีสิว หน้ามัน ขนดก หรือผอมเหมือนผู้ชาย จะเป็นลักษณะของผู้หญิงที่มีฮอร์โมนโปรเจสโตรเจนมากเกินไป ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับสูง ซึ่งการเลือกชนิดของยาคุมกำเนิดจะอยู่ในวิจารณญาณของเภสัชกร โดยผู้ที่ต้องการใช้ยาคุมกำเนิด สามารถขอรับคำปรึกษาจากเภสัชกรประจำร้านยาได้

วิธีการรับประทานยาคุมกำเนิดที่เหมาะสม

       สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิด  ควรจะเริ่มรับประทานในวันที่ประจำเดือนมาวันแรก หรือไม่เกิน 5 วันหลังจากประจำเดือนมา และรับประทานยาไปเรื่อย ๆ ตามลูกศร หากเป็นยาคุมกำเนิดที่มีแผงละ 21 เม็ด เมื่อรับประทานหมดแล้ว ก็หยุดรับประทานยาไป 7 วัน และเริ่มรับประทานแผงใหม่ในวันถัดไป หากเป็นยาคุมกำเนิดที่มีแผงละ 22 เม็ด เมื่อรับประทานหมดแผง ก็หยุดยาไป 6 วัน แล้วเริ่มแฝงใหม่  สำหรับยาคุมกำเนิดแบบแผงละ 28 เม็ด สามารถรับประทานติดต่อกันไปได้เลย  ส่วนยาคุมกำเนิดแบบแผ่นแปะ ให้แปะ 3 สัปดาห์ หยุด 1 สัปดาห์ แล้วจึงเริ่มใช้ใหม่ ซึ่งหากไม่เข้าใจวิธีใช้ก็สามารถสอบถามจากเภสัชกรประจำร้านยาได้
       ส่วนการรับประทานยาคุมกำเนิดที่ถูกวิธีนั้นก็คือการรับประทานในเวลาเดียวกันทุกวัน เพราะจะทำให้ระดับฮอร์โมนอยู่ในระดับที่เท่ากันทุกวัน เพราะหากระดับฮอร์โมนไม่สม่ำเสมอ ก็อาจจะเกิดผลข้างเคียงตามมา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว และมีเลือดออกกระปริดกระปรอย เป็นต้น
       สำหรับบางท่านที่มีพฤติกรรมชอบรับประทานยาคุมกำเนิดแบบย้อนศร นับเป็นพฤติกรรมการรับประทานยาคุมกำเนิดที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากยาคุมกำเนิดมีอยู่ด้วยกันหลายชนิดและมีปริมาณฮอร์โมนที่แตกต่างกัน หากเป็นยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนเท่ากันทุกเม็ด การรับประทานแบบย้อนศรอาจจะไม่มีผลเสียใด ๆ แต่หากเป็นยาคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนแตกต่างกัน 2 หรือ 3 ระดับ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงได้

หากลืมรับประทานยาคุมกำเนิดต้องทำอย่างไร?

       หากลืมรับประทานยาพียง 1 เม็ด แต่ยังอยู่ในวันเดียวกัน ก็ควรรีบรับประทานยาทันทีที่นึกได้ หากลืมรับประทานยา 2 เม็ดติดต่อกัน แต่ยังอยู่ในช่วง 14 วันแรกของการรับประทานยาแผงนั้น ก็ต้องรับประทานยา 2 เม็ดในวันที่นึกได้ และควรคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นร่วมด้วยในช่วง 7 วันนับตั้งแต่วันที่ลืมรับประทานยา เนื่องจากประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดอาจจะลดลงได้  แต่หากลืมรับประทานยา 2 หรือ 3  เม็ดติดต่อกันในช่วง 14 วันหลังของการรับประทานยาคุมกำเนิดแผงนั้น ควรหยุดรับประทานยาคุมกำเนิดแผงนั้น และเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดแผงใหม่ทันที นอกจากนั้นยังต้องคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นร่วมด้วยอีก  7 วัน จึงจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้

ทำไมคุมกำเนิดแล้ว แต่ยังตั้งครรภ์?

       หากเริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดครั้งแรก ในช่วง 2 สัปดาห์แรกควรคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย เพราะอาจมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้ นอกจากนั้นการลืมรับประทานยาหรือการรับประทานยาไม่สม่ำเสมอก็อาจจะทำให้ผู้รับประทานยาคุมกำเนิดสามารถตั้งครรภ์ได้เช่นกัน

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการรับประทานยาคุมกำเนิด

       ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ บางรายอาจมีอาการอยากอาหารเพิ่มขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ปวดศีรษะ และอารมณ์เปลี่ยนแปลง  นอกจากนั้นบางรายยังอาจมีประจำเดือนแบบกระปริดกระปรอย ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวก็ควรขอเข้าไปรับคำปรึกษาจากเภสัชกรเพื่อปรับเปลี่ยนยาด้วย

รับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันนาน ๆ ...ไม่ได้ทำให้มีลูกยากขึ้น

       ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดนั้นสามารถที่จะมีบุตรได้ง่ายกว่าผู้ที่ฉีดยาคุมกำเนิด เนื่องจากสามารถนับรอบในการมีรอบเดือนได้ง่ายขึ้น ซึ่งในผู้ที่ต้องการมีบุตร  ในช่วงวันที่ 12 – 16 นับจากวันที่มีรอบเดือนครั้งแรก เป็นช่วงที่สามารถที่จะมีบุตรได้

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook