PReMA Projects & Activities
  print 
  รู้จักการคุมกำเนิดดีพอหรือยัง Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 8 กย. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100   

       

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 8 กันยายน 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

ผศ. นพ. พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์

ประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์เอกชน

รู้จักการคุมกำเนิดดีพอหรือยัง

       ปัจจุบันการคุมกำเนิดหรือวิธีป้องกันการตั้งครรภ์มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญคือการเลือกใช้วิธีการคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด ซึ่งรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ผศ. นพ. พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์เอกชน มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการคุมกำเนิด ในหัวข้อ “รู้จักการคุมกำเนิดดีพอหรือยัง”

การคุมกำเนิดคืออะไร?

       การคุมกำเนิด  หมายถึงการควบคุมการเกิดของเด็กทารก เพื่อควบคุมจำนวนประชากรไม่ให้ล้นโลก ซึ่งจะทำให้ชีวิตครอบครัว สังคม ประเทศชาติ อยู่ได้อย่างมีความสุข โดยในส่วนของครอบครัวก็จะมีกำลังเพียงพอที่จะดูแลบุตรให้มีคุณภาพ ในระดับสังคมก็จะไม่เกิดการแก่งแย่ง ชิงดี ชิงอาหาร เพราะฉะนั้นการคุมกำเนิดจึงเป็นรากฐานของการมีสุขภาพดี การมีสังคมที่ปลอดภัย และทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

วิธีการคุมกำเนิดในปัจจุบัน

       การคุมกำเนิดแบ่งออกได้เป็น
       1. การคุมกำเนิดแบบถาวร ซึ่งได้แก่การทำหมันเมื่อมีบุตรเพียงพอแล้ว ซึ่งในทางการแพทย์หมายถึงบุตรจำนวน 2 คน (เมื่อถึงเวลาที่บิดา – มารดาเสียชีวิต บุตร 2 คนก็จะเป็นจำนวนที่ทดแทนบิดา-มารดาที่จะเสียชีวิตลงไปได้พอดี ซึ่งจะทำให้จำนวนประชากรไม่มากและไม่น้อยเกินไป) 
       2. การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว
              • ฝ่ายชาย
                     - การสวมถุงยางอนามัย เป็นวิธีการคุมกำเนิดชั่วคราวที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย
              • ฝ่ายหญิง
                     - การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดเม็ดรวม (ชนิดแผง 21 หรือ 28 เม็ด) ซึ่งเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและได้ผลดีหากมีการรับประทานอย่างถูกต้อง โดยยาคุมกำเนิดชนิดนี้จะไปยับยั้งการตกไข่และทำให้มูกบริเวณปากมดลูกข้น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้ออสุจิเข้าไปได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ยังสามารถช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิงที่มีปัญหาฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลซึ่งจะมีปัญหาสิว อ้วน มีขนขึ้นตามตัว เป็นโรคซึมเศร้าหรือเครียดจากการทำงาน มีอาการวูบวาบ หงุดหงิดในช่วงมีประจำเดือน โดยการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดเม็ดรวมซึ่งมีฮอร์โมนต่ำจะช่วยให้อาการเหล่านี้ดีขึ้น
                     - การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่ต้องรับประทานหลังมีเพศสัมพันธ์ทันที ส่วนใหญ่แพทย์จะไม่แนะนำให้ใช้ เนื่องจากประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดต่ำกว่า ขณะเดียวกันหากเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น ปริมาณฮอร์โมนที่ได้จากยาก็จะมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาในการตั้งครรภ์ตามมาได้
                     - ยาคุมกำเนิดชนิดฉีดทุก 3 เดือน เป็นยาคุมกำเนิดที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง
                     - ยาฝังคุมกำเนิด โดยจะมีการฝังบริเวณใต้ท้องแขน ครั้งหนึ่งจะสามารถคุมกำเนิดได้นาน  3 ปี ซึ่งมีความปลอดภัยเช่นกัน เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนต่ำ ทำให้มีผลข้างเคียงน้อย
                     - การใส่ห่วงอนามัย โดยการใส่แกนพลาสติกเล็ก ๆ เป็นรูปตัว T หรือเป็นรูปก้นหอย เข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อทำให้เกิดการระคายเคือง ทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวในโพรงมดลูกได้
                     - วิธีอื่น ๆ เช่น การนับวัน การหลั่งภายนอก  ซึ่งแพทย์จะไม่ค่อยแนะนำให้ใช้วิธีเหล่านี้ เนื่องจากอาจยังมีโอกาสที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้

การคุมกำเนิดมีอันตรายหรือไม่?

       ไม่มีวิธีการคุมกำเนิดที่เป็นอันตราย เนื่องจากอุปกรณ์หรือสารต่าง ๆ ในการคุมกำเนิดทั่วโลกได้รับการควบคุมโดยองค์การอนามัยโลก และบริษัทผู้ผลิตหรือแพทย์ผู้ใช้จะต้องปฏิบัติตามกฎกติกาขององค์การอนามัยโลกเสมอ

ยาคุมกำเนิดมีผลข้างเคียงหรือไม่?

       สำหรับความเชื่อที่ว่ารับประทานยาคุมกำเนิดแล้วเป็นฝ้า ฉีดยาคุมกำเนิดแล้วอ้วน ทำหมันแล้วอ้วนหรือมีความต้องการทางเพศลดลง เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากผู้ที่มีปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในวัยที่จะต้องมีปัญหาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามฮอร์โมนในยาคุมกำเนิดจะทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น เพราะฉะนั้นหากมีการใช้ฮอร์โมน ก็ควรต้องทาครีมกันแดด ป้องกันแสงแดด ก็จะช่วยป้องกันการเกิดฝ้าได้

นวัตกรรมใหม่ ๆ ของการคุมกำเนิด

       ปัจจุบันยังไม่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการคุมกำเนิด เพราะในเรื่องของความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพของวิธีการคุมกำเนิดน่าจะมีการพัฒนามาจนถึงที่สุดแล้ว จะมีเพียงนวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตโดยการพัฒนาตัวฮอร์โมนที่ใส่เข้าไปในยาคุมกำเนิดให้มีปริมาณต่ำที่สุด เพื่อลดอาการข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรือการใช้ฮอร์โมนรุ่นที่ไปต้านฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งทำให้ได้ประโยชน์ในการป้องกันการเป็นสิวด้วย

การใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อความสวยงาม

       ในกรณีของเด็กผู้หญิงที่ต้องการรับประทานยาคุมกำเนิดเพื่อแก้ไขปัญหาสิว ผิวพรรณ และรูปร่าง หากไม่มีโรคประจำตัว เช่นโรคตับ ไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่ได้มีปัญหาเลือดแข็งตัวง่าย การรับประทานยาคุมกำเนิดก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามก็ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนการใช้ และสำหรับเพศทางเลือกที่อยากจะมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลเหมือนผู้หญิง ก็สามารถรับประทานยาคุมกำเนิดซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงได้ แต่ก็ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเช่นกัน

การเลือกวิธีคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับตนเอง

       ในยุคปัจจุบันความปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มีน้อย เพราะมีการเปลี่ยนคู่นอนกันบ่อย โดยเฉพาะในวัยรุ่น ดังนั้นก่อนแต่งงาน การให้ฝ่ายชายสวมถุงยางอนามัยจึงเป็นทางเลือกในการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยมากที่สุด และหากแต่งงานแล้วแต่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนต่ำ จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด หลังจากมีบุตรแล้ว การคุมกำเนิดควรปรึกษาแพทย์เป็นราย ๆ ไป  และหากมีบุตรเพียงพอแล้ว การทำหมันก็จะเป็นวิธีการที่ปลอดภัยจากการตั้งครรภ์อย่างแน่นอน

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook