PReMA Projects & Activities
  print 
  โรคลมแดด...Heat Stroke Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 7 เมษ. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 7 เมษายน 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

นพ.พิบูล  อิสระพันธ์

รองผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

โรคลมแดด...Heat Stroke

       เดือนเมษายน เป็นช่วงที่ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงที่สุด  ซึ่งในผู้ที่ต้องอยู่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนติดต่อกันนาน ๆ  หรือออกกำลังกายท่ามกลางความร้อนต้องพึงระวัง เพราะหากสูญเสียเหงื่อเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้รับการชดเชยน้ำอย่างเพียงพอ ก็อาจจะทำให้เป็นโรคลมแดด หรือ Heat Stroke ซึ่งอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
       สำหรับ รายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ เราจึงจะไปพูดคุยกับ นพ.พิบูล  อิสระพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับเรื่องโรคลมแดด หรือ Heat Stroke

สาเหตุของโรคลมแดด

       ภายในร่างกายของมนุษย์จะมีการย่อยอาหารและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความร้อนขึ้น  โดยความร้อนที่เกิดขึ้นนั้นจะระบายออกทางเหงื่อ แต่หากอากาศภายนอกร้อนกว่าอุณหภูมิของร่างกาย ร่างกายก็จะไม่สามารถระบายความร้อนออกมาได้ ซึ่งเป็นที่มาของโรคลมแดด

อาการของโรคลมแดด

       อาการของโรคลมแดดมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ
       • แบบอ่อน ๆ เช่น เวลาอยู่กลางแดดนาน ๆ ผู้ป่วยจะรู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืด เป็นลม แต่ยังรู้สึกตัวอยู่  ซึ่งหากได้นั่งพักในที่ร่ม อากาศถ่ายเท หรือห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ดื่มน้ำเย็นหรือเช็ดตัว อาการก็จะดีขึ้น
       • แบบรุนแรง ผู้ป่วยจะมีตัวร้อนจัด เหงื่อไม่ออก คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เป็นลม ซึ่งในบางรายอาจถึงแก่ชีวิตได้ โดยอาการแบบรุนแรงนี้อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากผู้ป่วยมีอาการแบบอ่อน ๆ แต่ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง หรือบางครั้งอาจเกิดขึ้นเองโดยตรงก็ได้

ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดด

       สำหรับประเทศไทย กลุ่มคนที่พบว่าเป็นโรคลมแดดส่วนใหญ่คือผู้ที่ต้องปฏิบัติงานท่ามกลางแสแดด ซึ่งในผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและอยู่ในวัยทำงานก็เป็นโรคนี้ได้ เพราะหากอยู่ในที่ที่อากาศร้อนจัด แม้แค่เพียงไม่กี่นาทีก็สามารถทำให้เกิดโรคลมแดดได้

การปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคลมแดด

       หากพบผู้ที่บ่นว่าร้อน คลื่นไส้ เวียนศีรษะ มีเหงื่อออกผิดสังเกต มีอาการงง พูดช้าลง เลอะเลือน การเคลื่อนไหวช้าลง โซเซ ควรพาผู้ป่วยไปพักในที่ร่มทันที เปิดเครื่องปรับอากาศ และใช้น้ำเย็นเช็ดตัวให้ผู้ป่วย เนื่องจากอาการในช่วงนี้จะคืบหน้าไปสู่อาการแบบรุนแรงอย่างรวดเร็ว เพราะร่างกายจะพยายามนำเลือดไปเลี้ยงที่ผิวหนังเพื่อให้เหงื่อออก และไปเลี้ยงไตเพื่อให้ปัสสาวะออก แต่ก็ไม่เพียงพอ สุดท้ายเลือดก็จะไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอด้วย ขณะเดียวกันโปรตีนที่สำคัญในร่างกายก็จะเสื่อม ซึ่งหากให้การช่วยเหลือไม่ทันเวลาอาการอาจจะรุนแรงและมีไตวายได้ ซึ่งหากเป็นโรคลมแดดแบบรุนแรงอัตราการเสียชีวิตก็จะสูง แต่หากได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธีตั้งแต่ต้นก็จะลดโอกาสเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงลงไปได้ โดย  15 นาทีหลังการปฐมพยาบาลผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น อย่างไรก็ตามควรรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลด้วย โดยควรหาพาหนะที่ผู้ป่วยสามารถนอนได้และมีเครื่องปรับอากาศ และจัดท่านนอนของผู้ป่วยให้เท้ายกสูงขึ้นกว่าศีรษะ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวให้จับนอนตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่ง ระวังอย่าให้มีอะไรอยู่ในปากและอย่าให้ผู้ป่วยจิบน้ำ ซึ่งหากไม่มีรถที่ผู้ป่วยสามารถนอนไปได้ ควรเรียกรถพยาบาล เพราะการนั่งตัวตรงอาจทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงสมองของผู้ป่วยได้

การดูแลตนเองเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดด

       หากอยู่ท่ามกลางแสงแดดแล้วรู้สึกตัวว่ามีอาการเหงื่อออกมาก เวียนศีรษะ ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ควรรีบหลบเข้าไปอยู่ในที่ร่มทันที แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันตัว หากรู้ว่าตนเองจะต้องออกไปอยู่กลางแดดก็ควรสวมเสื้อแขนยาว ใส่หมวก ใส่แว่นตากันแสงแดด และควรทาครีมกันแดดด้วย เพราะนอกจากแสงแดดจะเป็นสาเหตุของโรคลมแดดแล้ว ยังเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

คำถามจากผู้ฟังทางบ้าน

Q: ในการปฐมพยาบาลผู้ที่เป็นโรคลมแดด ใช้น้ำเย็นราดใส่ตัวเลยได้ไหม?

A: การใช้น้ำเย็นราดตัวผู้ป่วยสามารถทำได้ แต่ต้องระวังอย่าให้โดนหน้า เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยสำลักน้ำและถึงแก่ชีวิตได้ อย่างไรก็ตามการใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเปียก ๆ เช็ดตัวให้ผู้ป่วยเป็นวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยมากกว่า

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook