PReMA Projects & Activities
  print 
  โรคหลอดเลือดสมอง อันตราย...เสี่ยงตาย...เสี่ยงอัมพาต Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 6 ตค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100   

       

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์

แพทย์ผู้เชี่ยวด้านระบบประสาทและหลอดเลือดสมอง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โรคหลอดเลือดสมอง
อันตราย...เสี่ยงตาย...เสี่ยงอัมพาต

       สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย เปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการคอยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ และอยู่เบื้องหลังความคิด การตัดสินใจ ตลอดจนเป็นตัวชี้วัดความฉลาดและความมีศักยภาพ ซึ่งหนึ่งในโรคภัยเกี่ยวกับสมองที่มีอันตรายจนอาจทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาต หรืออาจถึงแก่ชีวิตได้ก็คือโรคหลอดเลือดสมอง
       และเนื่องในวันหลอดเลือดสมองโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 29 ตุลาคมที่จะถึงนี้ รายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่า จึงถือโอกาสพูดคุยกับ ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ แพทย์ผู้เชี่ยวด้านระบบประสาทและหลอดเลือดสมอง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จะมาร่วมมาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง รวมไปถึงวิธีการป้องกันโรคร้ายโรคนี้กัน

หน้าที่ของสมอง

       สมองมีหน้าที่ควบคุมการทำงานเกือบทุกระบบในร่างกายไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่ง และการกระทำทุกอย่าง ซึ่งการที่สมองจะทำงานต้องใช้เลือดไปหล่อเลี้ยง และหากมีปัญหากับหลอดเลือดที่มาเลี้ยงสมอง ก็จะทำให้สมองทำงานผิดปรกติไป

โรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมองมี 2 แบบ ได้แก่
       - หลอดเลือดสมองอุดตัน ทำให้สมองขาดเลือด
       - หลอดเลือดแตก ทำให้มีเลือดออกในสมอง
       โรคหลอดเลือดสมอง มักจะเกิดกับผู้ที่มีความเสี่ยง ซึ่งได้แก่ อายุที่มาขึ้น มีโรคบางอย่าง เช่นความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน การสูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง ขาดการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตามสามารถพบโรคนี้ในผู้ที่มีอายุน้อยได้เช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่ป่วยเป็นโรคที่มีความเสี่ยง หรือมีหลอดเลือดผิดปรกติตั้งแต่กำเนิด

อาการของโรคหลอดเลือดสมอง

       โรคหลอดเลือดสมองมักจะไม่มีอาการนำหรืออาการเตือนมาก่อน  อย่างไรก็ตามโรคหลอดเลือดสมองจะมีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งบางท่านก็ไม่ได้ให้ความสนใจที่จะดูแล เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และเมื่อหลอดเลือดตีบหรือแตกก็จะทำให้เกิดอาการตามมาทันที ซึ่งอาการที่พบบ่อยจะมีอยู่ 3 ประการ ได้แก่
       1. ปากเบี้ยวโดยไม่ทราบสาเหตุ
       2. พูดแล้วผิดปรกติไป เช่นพูดไม่ชัด พูดไม่ออก พูดแล้วลิ้นแข็ง หรือพูดไม่รู้เรื่อง
       3. มีอาการอ่อนแรง โดยเฉพาะหากเป็นกับซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย

การเฝ้าระวังโรคหลอดเลือดสมอง

       การตรวจหาโรคหลอดเลือดสมองทำได้โดยการตรวจอัลตราซาวด์ดูหลอดเลือดที่คอ แต่บางครั้งหากมีความผิดปรกติเพียงเล็กน้อยก็อาจตรวจไม่พบ เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการทราบว่าตนเองมีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่ และดูแลรักษาปัจจัยเหล่านั้น โอกาสที่จะเกิดอาการของโรคหลอดเลือดสมองแบบเฉียบพลันก็จะน้อยลง

นวัตกรรมในการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

       ในกรณีที่เกิดอาการของโรคหลอดเลือดสมองเนื่องจากหลอดเลือดอุดตันแบบเฉียบพลัน ควรรีบเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็วภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที หลังเกิดอาการ เนื่องจากอยู่ในช่วงระยะเวลาที่ยังสามารถให้การช่วยเหลือผู้ป่วยโดยให้ยาละลายลิ่มเลือดเพื่อละลายลิ่มเลือดที่อุดตันและทำให้เลือดไหลเวียนสะดวกขึ้นได้ แต่หากเข้ารับการรักษาหลังจากนั้น ผลการรักษาก็จะไม่ดีเทียบเท่ากับการได้รับการรักษาในช่วงระยะเวลาดังกล่าว
       ส่วนในกรณีหลอดเลือดในสมองแตก การรักษาได้แก่ การผ่าตัด และการรักษาด้วยยา ขึ้นอยู่กับว่าเลือดที่ออกจากหลอดเลือดที่แตกอยู่ในบริเวณที่สำคัญมากหรือไม่ และเลือดออกมากหรือไม่ อย่างไรก็ตามควรรีบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ซึ่งจะทำให้การรักษาได้ผลดีกว่าเช่นกัน
       สำหรับโอกาสในการหายขาดจากโรคหลอดเลือดสมองขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดความผิดปรกติ ปริมาณของเนื้อสมองส่วนดีที่เหลืออยู่ และความรวดเร็วในการเข้ารับการรักษาหลังเกิดอาการ ซึ่งโดยภาพรวมจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 10 – 20 % ผู้ป่วยประมาณ 30 % จะหายเป็นปรกติ และจะมีจำนวนหนึ่งซึ่งอาจจะมีความพิการในระยะยาว อย่างไรก็ตามผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคนี้แล้วจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคซ้ำได้มาก เพราะฉะนั้นจึงต้องดูแลตนเอง ดูแลปัจจัยเสี่ยงและรับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำ

โรคหลอดเลือดสมอง...เสี่ยงถึงชีวิต

       สำหรับเลือดที่ออกในสมอง หรือสมองที่ขาดเลือดจะทำให้เนื้อสมองบางส่วนทำงานไม่ได้ ซึ่งหากอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ เช่น หากมีเลือดออกหรือสมองขาดเลือดที่ก้านสมองซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมการหายใจ การเต้นของหัวใจ  ผู้ป่วยก็อาจจะเสียชีวิต หรือในบางรายอาจมีความผิดปรกติในตำแหน่งอื่นแต่มีภาวะสมองบวมเป็นภาวะแทรกซ้อน ก็อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน

ดูแลตนเองให้ห่างไกลโรคหลอดเลือดสมอง

       หากยังไม่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ก็ต้องป้องกันตนเองจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ หากมีปัจจัยเสี่ยงก็ต้องดูแลรักษา นอกจากนั้นยังควรออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงการดื่มสุราและการสูบบุหรี่
       ส่วนในกรณีที่มีอาการป่วยแล้ว อันดับแรกต้องรีบไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุด และควรเลือกไปโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่พอและมีศักยภาพในการรักษา โดยหลังการรักษาอาจจะต้องมีการฟื้นฟูโดยการทำกายภาพบำบัด อย่างไรก็ตามผู้ป่วยทุกคนมีโอกาสเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นซ้ำ เพราะฉะนั้นจึงควรดูแลตนเองในระยะยาว  ทั้งในเรื่องปัจจัยเสี่ยง เลิกดื่มสุรา เลิกสูบบุหรี่ ลดความเครียด และการดูแลทางด้านจิตใจของผู้ป่วยก็สำคัญมาก เพราะหากมีภาวะเครียด ภาวะเศร้า ผู้ป่วยที่กำลังได้รับการฟื้นฟูก็จะหายช้าขึ้นไปอีก

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook