PReMA Projects & Activities
  print 
  “Sleep Apnea” กรนอันตราย Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 10 มีค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน

ภาควิชาโสต  นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

“Sleep Apnea” กรนอันตราย

       หลายท่านอาจคิดว่าอาการกรนขณะนอนหลับเป็นเรื่องธรรมดา และไม่คิดว่าการกรนนั้นอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอ่อนเพลียทั้ง ๆ ที่ได้นอนหลับหลายชั่วโมง ที่สำคัญหลายคนคงคาดไม่ถึงว่าอาการกรนนั้นอาจเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิตได้  รายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ เราจะไปพูดคุยกับ รศ.นพ.ปารยะ อาศนะเสน ภาควิชาโสต  นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  ในหัวข้อ “Sleep Apnea” กรนอันตราย

เหตุใด....เราจึงกรน?

       ในทางเดินหายใจส่วนบนของเราจะมีเนื้อเยื่ออ่อน ๆ มากมาย เริ่มต้นตั้งแต่จมูก เพดานอ่อน ช่องคอบริเวณโคนลิ้น ซึ่งการกรนเกิดจากการมีภาวะทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ เมื่อลมวิ่งผ่านทางเดินหายใจที่ตีบแคบนี้ ก็จะทำให้เกิดการสะบัดตัวของเนื้อเยื่ออ่อน ๆ ในทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้เกิดเสียงกรนตามมา ซึ่งหากความตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบนเป็นมากถึงระดับหนึ่ง ก็จะทำให้อากาศผ่านเข้าไปในทางเดินหายใจส่วนบนไม่ได้ ทำให้ไม่มีอากาศที่จะลงสู่หลอดคอหรือปอด ซึ่งเราเรียกภาวะนี้ว่า “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ” หรือ “Sleep Apnea”

สาเหตุที่ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ?

       สาเหตุที่ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ เกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนบวม เช่น ในคนที่เป็นหวัด มีจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ซึ่งเมื่อเยื่อบุจมูกบวมมาก ๆ ก็จะทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบ สำหรับผู้ป่วยที่มีโครงสร้างในส่วนของลำคอผิดปรกติ เช่น มีเพดานอ่อนยาว ลิ้นไก่ยาว หรือต่อมทอนซิลโต หรือทางเดินหายใจส่วนต้นตีบแคบซึ่งเกิดจากผนังคอด้านข้างมีความหย่อนมากเกินไป ปัจจัยเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ และมีปัญหาการนอนกรนตามมาได้เช่นกัน

การกรนธรรมดาแตกต่างจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างไร 

       สำหรับการกรนธรรมดา จะเกิดในผู้ที่มีทางเดินหายใจตีบแคบ แต่ไม่มาก ร่างกายยังได้รับอากาศหรือออกซิเจนอย่างเพียงพอ แต่การกรนที่เป็นอันตรายก็คือมีการมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งจะเกิดขึ้นในผู้ที่มีทางเดินหายใจตีบแคบมากในบางช่วงของการนอนหลับ ซึ่งทำให้อากาศไม่สามารถที่จะผ่านเข้าไปในช่องคอ ลงสู่หลอดลมและปอดได้เลย ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนไปชั่วขณะ ซึ่งจะมีผลตามมาหลายอย่าง เช่น มีการสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้น ทำให้เส้นเลือดต้องมีการตีบแคบเพื่อให้มีการส่งผ่านของเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้มากขึ้น ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จนอาจมีภาวะหัวใจข้างขวาล้มเหลวได้ และมีปัญหาความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจจะมีผลถึงเรื่องของสมอง เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต นอกจากนั้นความดันโลหิตในปอดก็จะสูงขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคปอดมากขึ้น และยังอาจเป็นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตได้ เพราะเมื่อร่างกายขาดออกซิเจนมากจนถึงระดับหนึ่ง ก็จะกระตุ้นทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเมื่อหัวใจเต้นผิดหวะ แล้วมีการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะอย่างอื่นไม่ทัน ก็อาจจะทำให้อวัยวะในร่างกายล้มเหลว และเสียชีวิตทันที แต่ส่วนใหญ่พบการเสียชีวิตจากการหยุดหายใจขณะหลับได้น้อย เนื่องจากร่างกายมีกลไกในการป้องกันตนเองอยู่ โดยหากขาดออกซิเจนในระดับหนึ่ง ก็จะมีกลไกไปกระตุ้นสมองให้ตื่นเพื่อหายใจ และเปลี่ยนจากการหลับลึกเป็นหลับตื้นแทน  

จะสังเกตได้อย่างไรว่าตนเองมีภาวะกรนอันตราย

สำหรับคนที่มีภาวการณ์หยุดหายใจขณะหลับ อาจสังเกตตนเองได้จาก อาการต่าง ๆ ต่อไปนี้ 
       1. ในขณะนอนหลับ มีอาการกรนอยู่ดี ๆ สักพักก็เงียบ เงียบแล้วก็สะดุ้งตื่น และมีอาการเหมือนสำลักน้ำลาย ขาดอากาศหายใจ
       2. เมื่อตื่นนอนขึ้นมาอาจยังรู้สึกง่วงหรือเพลีย ทั้ง ๆ ที่นอนเต็มที่แล้ว เนื่องจากในบางช่วงร่างกายขาดออกซิเจนขณะนอน และปลุกตนเองขึ้นมาเพื่อหายใจ ทำให้ไม่สามารถหลับลึกได้ และการนอนหลับไม่มีคุณภาพ
       3. อาจจะมีโรคบางอย่าง เช่น โรคหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง โดยไม่ทราบสาเหตุ
อย่างไรก็ตามผู้ที่มีภาวะกรนอันตราย อาจจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ เลย ซึ่งถือเป็นภัยเงียบ และจะทราบได้ว่ามีภาวะดังกล่าวก็ต่อเมื่อเข้ารับการตรวจการนอนหลับจากแพทย์

ทำไมพอเปลี่ยนท่านอนแล้ว บางคนจึงไม่กรน

       สำหรับในผู้ที่มีทางเดินหายใจตีบแคบไม่มาก เวลานอนหงาย ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก จะทำให้เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และโคนลิ้น ตกลงไปปิดทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบ และอาจมีเสียงกรนได้ แต่เมื่อนอนตะแคง แรงโน้มถ่วงของโลกก็จะไม่มีผลกับเยื่อบุต่าง ๆ ที่อยู่ในช่องคอมากนัก ทางเดินหายใจก็จะเปิดกว้าง จึงไม่กรน แต่ในผู้ที่มีทางเดินหายใจตีบแคบมาก ๆ ไม่ว่าจะนอนท่าใดก็จะยังจะกรนอยู่นั่นเอง

กลุ่มผู้ที่เสี่ยงต่อการมีภาวะกรนอันตราย

       ผู้ที่เสี่ยงต่อการมีภาวะกรนอันตรายส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้ที่มีปัญหาทางเดินหายใจส่วนบน เช่น เป็นหวัดเรื้อรัง เป็นโรคภูมิแพ้จมูก เป็นโรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง มีริดสีดวงจมูก นอกจากนั้นผู้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ หรือไวน์บ่อย ๆ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ผู้ที่มีลักษณะทางกายวิภาคที่ผิดปรกติ เช่น ลิ้นไก่ยาวผิดปรกติ หรือ ต่อมทอนซิลโตผิดปรกติ ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงด้วยเช่นกัน

การรักษา ภาวะกรนอันตราย

การรักษาภาวะการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำได้ 2 วิธี คือ
       1. วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ได้แก่ การทำให้มีสุขอนามัยในการนอนที่ดี การลดน้ำหนักในกรณีที่มีน้ำหนักตัวมากเกิน งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน พยายามหลีกเลี่ยงยานอนหลับ หรือยาแก้แพ้ที่ทำให้ง่วง ยกเตียงให้สูงขึ้น และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ นอกจากนั้นแพทย์ก็อาจจะให้ยาร่วมด้วย โดยการใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก หากใช้แล้วยังไม่ดีขึ้น ขั้นต่อไปก็จะมีเครื่องเป่าลมที่เรียกว่าซีแพ็ค สวมบริเวณจมูก เพื่อช่วยขยายทางเดินหายใจที่ตีบแคบในขณะนอนหลับ หรืออาจจะใช้เครื่องครอบฟันและวิธีทางทันตกรรมในการรักษาก็ได้
       2. การผ่าตัด โดยเป็นการผ่าตัดเพื่อขยายทางเดินหายใจที่ตีบแคบให้กว้างขึ้น ซึ่งใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่อยากใช้วิธีที่ไม่ผ่าตัด หรือใช้แล้วทนต่อเครื่องมือไม่ได้

คำถามจากผู้ฟังทางบ้าน

Q: ทำไมบางวันจึงนอนกรนและบางวันไม่กรน?

A: การกรนเกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจ ช่วงใดที่มีปัญหาเรื่องกรน แสดงว่าช่วงนั้นทางเดินหายใจมีการตีบแคบ ส่วนช่วงไหนที่ไม่กรนแสดงว่าช่วงนั้นทางเดินหายใจไม่ตีบแคบ เช่น หากคืนใดที่นอนเปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นจัดก็อาจจะกรน เพราะอากาศที่เย็นจะทำให้เยื่อจมูกบวม หรือในช่วงที่เป็นหวัด ก็จะมีเยื่อจมูกบวม จึงกรนได้ เช่นกัน แต่หากไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ หรือไม่เป็นหวัดก็จะไม่กรน

Q: การวินิจฉัยโรค Sleep Apnea ทำอย่างไรบ้าง?

A: การวินิจฉัยโรค Sleep Apnea ทำได้โดยการนัดหมายกับแพทย์ เพื่อมานอนค้างที่โรงพยาบาล 1 คืน ซึ่งที่โรงพยาบาลจะทำการตรวจวัดการหายใจทางจมูกและปากขณะหลับ มีการวัดการเคลื่อนไหวของทรวงอกและท้อง การวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด การวัดระยะของการนอนหลับว่าหลับตื้นหรือหลับลึก มีการบันทึกเสียงกรน มีการถ่ายภาพขณะนอนเพื่อดูว่าการนอนมีความผิดปรกติอย่างไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อการวินิจฉัยว่าอาการกรนที่เกิดขึ้นเป็นกรนธรรมดาหรือกรนอันตราย และหากเป็นกรนอันตรายแล้ว ระดับความรุนแรงมีมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะช่วยให้แพทย์วางแผนในการรักษาได้อย่างเหมาะสมต่อไป

Q: หากพบคนนอนกรนแล้วหยุดหายใจต้องทำอย่างไร?

A: สำหรับคนที่นอนกรน ร่างกายจะมีกลไกในการช่วยตนเองอยู่แล้ว เพราะเมื่อร่างกายขาดออกซิเจนในระดับหนึ่ง ก็จะมีการปลุกสมองให้มีการตื่นตัว ทำให้เปลี่ยนจากการหลับลึกเป็นหลับตื้น แต่หากพบเห็นคนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ และรู้สึกกังวล ก็สามารถปลุกให้ตื่นได้ เพราะเมื่อตื่นขึ้น ความตึงตัวของกล้ามเนื้อก็จะกลับมา ทำให้การหายใจกลับมาเป็นปรกติด้วย

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook