PReMA Projects & Activities
  print 
  การป้องกันโรคภัยไข้เจ็บในช่วงน้ำท่วม Bookmark and Share

วันเสาร์ที่  19 พ.ย.  เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2554 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

 ภญ.ณีรนุช ทรัพย์ทวี    

กรรมการฝ่ายพัฒนาเครือข่ายและสื่อสารสังคม สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย)

การป้องกันโรคภัยไข้เจ็บในช่วงน้ำท่วม

ในช่วงน้ำท่วม แน่นอนว่าผู้ประสบอุทกภัยต้องประสบปัญหาทั้งในด้านการขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค ที่อยู่อาศัยพังเสียหาย และปัญหาสำคัญที่ตามมาก็คือโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งมีหลายโรคที่มาพร้อมกับน้ำและติดต่อกันค่อนข้างง่าย เนื่องจากน้ำได้แผ่กระจายไปในหลากหลายพื้นที่

สำหรับ รายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ภญ.ณีรนุช ทรัพย์ทวี กรรมการฝ่ายพัฒนาเครือข่ายและสื่อสารสังคม สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) มาพูดคุยกันในหัวข้อ “การป้องกันโรคภัยไข้เจ็บในช่วงน้ำท่วม”

 โรคที่มากับน้ำ

โรคที่มักจะมากับน้ำท่วมได้แก่

 • โรคน้ำกัดเท้า สำหรับมนุษย์ หากเอาเท้าแช่น้ำประมาณ 10 - 15 นาที ผิวหนังก็จะเริ่มเหี่ยว และหากยิ่งแช่น้ำนาน ๆ ก็จะเกิดแผลพุพองและเกิดน้ำกัดเท้าได้ง่าย ซึ่งหากเกิดบาดแผลจากน้ำกัดเท้าแล้วดูแลไม่ดี ก็อาจจะเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
 • โรคอุจจาระร่วง สาเหตุของอุจจาระร่วงอาจจะมาจากการใช้น้ำไม่สะอาดในการหุงต้มอาหาร หรือการรับประทานอาหารที่บูดหรือเน่าเสีย
 •  โรคฉี่หนู โรคฉี่หนูเป็นโรคที่มากับน้ำ หากเท้ามีบาดแผลแล้วต้องไปเดินในสถานที่ที่มีน้ำสกปรกขังอยู่ ก็มีโอกาสที่จะติดโรคฉี่หนูได้
 • ไข้เลือดออก เกิดจากการถูกยุงลายที่มีเชื้อไข้เลือดออกกัด ซึ่งยุงลายจะพบได้มากในช่วงที่มีน้ำท่วมขัง
 •  อันตรายที่เกิดจากการลงไปเล่นน้ำ สำหรับเด็ก ๆ  ที่ชอบลงไปเล่นน้ำ อาจจะเกิดอันตรายจากการเล่นน้ำได้ โดยน้ำอาจจะเข้าตาทำให้ติดโรคตาแดง  หรืออาจจะดื่มน้ำเข้าไปทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง และการกระโดดน้ำจากที่สูงก็อาจจะทำให้ตกลงมาโดนตอหรือพื้นซีเมนต์ด้านล่างทำให้ได้รับบาดเจ็บได้  

อันตรายจากสัตว์มีพิษในช่วงน้ำท่วม

 •

งูกัด สิ่งที่ควรทำเป็นลำดับแรกหลังถูกงูกัดก็คือตั้งสติให้ดี ดูว่างูนั้นเป็นงูที่มีพิษหรือไม่ โดยหากโดนงูพิษกัดแผลจะมีลักษณะเป็นรอยเขี้ยวสองข้าง แต่หากเป็นงูไม่มีพิษ รอยกัดจะเหมือนรอยฟันคน นอกจากนั้นให้ดูว่าผู้ที่ถูกกัดโดนพิษหรือไม่ แล้วรีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาด และไม่ควรกรีดแผล ใช้ปากดูดแผล ใช้ไฟฟ้าจี้ ใช้น้ำแข็งประคบ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา หรือรับประทานยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เพราะการกระทำเหล่านี้จะไม่ส่งผลดีต่อการรักษา และจะทำให้เกิดการติดเชื้อหรือเนื้อตายได้ ที่สำคัญยังเสียเวลาในการนำผู้ป่วยส่งสถานพยาบาลด้วย

สำหรับสิ่งที่ควรทำในระหว่างที่นำผู้ป่วยส่งสถานพยาบาล คือควรให้ผู้ป่วยนอนนิ่ง ๆ โดยจัดท่านอนของผู้ป่วยให้ส่วนที่ถูกงูกัดอยู่ต่ำกว่าระดับของหัวใจ และอย่าพยายามเคลื่อนไหวร่างกายโดยไม่จำเป็น  เนื่องจากการอยู่นิ่ง ๆ จะช่วยชะลอการดูดซึมพิษเข้าสู่ท่อน้ำเหลืองและเส้นเลือดดำที่จะไหลเวียนเข้าสู่หัวใจได้  และใช้ไม้ดามบริเวณที่ถูกงูกัด พร้อมพันผ้าเหนือแผลประมาณ 5 – 15 ซม.ให้แน่น โดยไม่ควรใช้วิธีขันชะเนาะ เพราะอาจทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงบริเวณนั้นและทำให้เนื้อตายได้ หากผู้ป่วยหยุดหายในระหว่างการเดินทางก็ให้ใช้วิธีการเป่าปาก เพราะงูบางชนิดเช่น งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยมจะมีพิษทำให้ผู้ถูกกัดเป็นอัมพาตทั้งตัวและเสียชีวิตจากการหยุดหายใจ ซึ่งการเป่าปากจะช่วยต่อชีวิตให้ผู้ป่วยก่อนไปถึงสถานพยาบาลได้ นอกจากนั้นก็ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงลักษณะของงู ตำแหน่งและเวลาที่งูกัด และหากสามารถนำซากงูไปด้วยได้ก็จะมีประโยชน์ต่อการรักษาเป็นอย่างยิ่ง

 • สัตว์มีพิษอื่น  ๆ กัด หากโดนสัตว์มีพิษอื่น ๆ เช่น แมงป่องหรือตะขาบกัด หากมีเหล็กในให้นำเหล็กในออกก่อน แล้วล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและทายาสเตรียรอยด์บริเวณแผล หากมีอาการแพ้ก็สามารถรับประทานยาคลอร์เฟนิรามีน แต่หากมีอาการแพ้มากจนหายใจไม่ออกควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
• ปลิงกัด หากโดนปลิงกัดให้ใช้ธูปจี้หรือขี้เถ้าโรย แต่อย่าดึงปลิงออกเพราะจะทำให้แผลที่ถูกกัดอักเสบ หลังจากนั้นให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่ และดูแลแผลตามปรกติ หากปวดมากก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้

น้ำท่วม...สตรีพึงระวัง

สำหรับผู้หญิงที่มีประจำเดือนไม่ควรเดินลุยน้ำที่สูงถึงระดับเอว เพราะในช่วงที่ผู้หญิงมีประจำเดือนมดลูกจะเปิด ทำให้ติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย ซึ่งหากติดเชื้อผู้หญิงจะมีอาการคัน อักเสบ และตกขาว บางรายอาจมีเลือดออกผิดปรกติ และเชื้อโรคอาจจะเข้าไปในบริเวณมดลูกหรือปีกมดลูก ทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อย มีไข้ มดลูกอักเสบ หรือบางรายอาจเป็นมากถึงขั้นมีการอักเสบของอุ้งเชิงกรานและติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ดังนั้นหากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำในช่วงที่มีประจำเดือนก็ควรสวมกางเกงพลาสติกเพื่อป้องกันการเปียกน้ำด้วย

 การดูแลตนเองและคนรอบข้างในช่วงน้ำท่วม

ลำดับแรกควรตรวจดูว่าในบ้านมีภาชนะที่มีน้ำขังหรือไม่ หากมีก็คว่ำให้หมด เพื่อป้องกันการเพาะพันธุ์ของยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ในกรณีที่ไปลงน้ำมาก็ควรล้างตัว ล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะหยิบอาหารรับประทานหรือขยี้ตา และหากไปลุยน้ำมา เมื่อกลับถึงบ้านแล้วควรล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและเช็ดให้แห้ง จากนั้นตรวจดูว่าเท้ามีแผลหรือไม่ หากมีแผลก็ควรหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ หรือหากจำเป็นก็ใส่รองเท้าบู๊ทหรือกางเกงพลาสติก

สำหรับผ้าที่กองทิ้งไว้นาน ๆ  ควรใช้ไม้เขี่ยก่อนจะหยิบมาใช้ และหากต้องเดินเข้าไปในที่แคบ ๆ บริเวณที่มีน้ำขังโดยไม่เห็นพื้นดิน หรือบริเวณที่มีหญ้าขึ้นรก ก็ควรใช้ไฟฉาย ใช้ไม้ไปเขี่ยตามทางที่จะเดิน และสวมรองเท้าบู๊ทเสมอเพื่อป้องกันสัตว์มีพิษกัด ที่สำคัญในช่วงน้ำท่วมไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงมาอยู่ใกล้ชิด เพราะอาจติดเชื้อจากสัตว์ได้ และในกรณีที่สัตว์เลี้ยงป่วยและเสียชีวิต ให้นำร่างของสัตว์ใส่ถุงและผูกให้มิดชิ และนำไปฝังหรือเผา โดยไม่ควรทิ้งลงน้ำเพราะอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายออกไปได้

 

 


Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook