PReMA Projects & Activities
  print 
  ไขรหัสเอสแอลอี Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 16 มิย. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100   

       

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

อ.นพ.ยิ่งยง ชินธรรมมิตร์

อาจารย์ประจำภาควิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยสาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ไขรหัสเอสแอลอี

       หากกล่าวถึง “โรคเอสแอลอี” หลายท่านอาจไม่คุ้นหู แต่หากบอกว่าเป็นโรคที่ทำให้คุณพุ่มพวง ดวงจันทร์เสียชีวิต จนมีการเรียกติดปากกันว่า “โรคพุ่มพวง” ก็อาจจะคุ้นหูกันขึ้นมาบ้าง อย่างไรก็ดี คนไทยก็ยังคงมีความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ไม่มากนัก
       สำหรับรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ เราจะไปพูดคุยกับ อ.นพ.ยิ่งยง ชินธรรมมิตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยสาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับโรคเอสแอลอี เพื่อไขรหัสโรคนี้ให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น

ความผิดปรกติของผู้ป่วยโรคเอสแอลอี

       โรคเอสแอลอี เกี่ยวข้องกับความผิดปรกติของภูมิคุ้มกันของตนเอง ที่ปรกติจะต้องคอยกำจัดสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคจากภายนอก แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเอสแอลอี ภูมิคุ้มกันจะกลับมาทำลายเซลล์ในร่างกายของตนเอง จึงทำให้มีความสูญเสียได้ในหลายระบบของร่างกาย

สถานการณ์ของโรคเอสแอลอี

       ในต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกามีรายงานว่าพบโรคนี้ได้ประมาณ 15 – 50 ราย ในประชากรแสนราย แต่ในเอเชียคาดว่าพบโรคนี้ในประชากรได้มากกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศไทยยังไม่เคยมีการสำรวจความชุกของโรคนี้อย่างชัดเจน แต่พบโรคนี้มากในเพศหญิง และพบได้มากในช่วงวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 20 – 40 ปี) ถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ในส่วนของตัวโรค ขณะนี้ก็มีการวินิจฉัยที่ได้มาตรฐานดีขึ้นมาก โดยสามารถวินิจฉัยโรคโรคได้ตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม ส่วนในด้านการรักษาก็มีการพัฒนามากขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยหลายรายก็ยังมีอาการค่อนข้างรุนแรง จึงยังต้องมีการพัฒนาวิธีการรักษาต่อไป

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคเอสแอลอี

       ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุในการเกิดโรคเอสแอลอีอย่างแน่ชัด แต่มีรายงานว่าอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมบางอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ หรือเกิดจากการติดเชื้อบางอย่างที่กระตุ้นและเหนี่ยวนำทำให้เกิดโรคนี้

อาการของผู้ป่วยโรคเอสแอลอี

       เนื่องจากผู้ป่วยโรคเอสแอลีมีความปรกผิดปรกติเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ซึ่งสามารถทำลายเซลล์ได้ทั้งร่างกาย ดังนั้นผู้ป่วยโรคนี้จึงมีอาการผิดปรกติได้ตลอดทั้งตัวเช่นกัน แต่บริเวณที่พบอาการผิดปรกติได้บ่อยคือบริเวณผิวหนังและข้อ โดยผู้ป่วยจะมีผื่นแดง ๆ ที่บริเวณแก้ม มีผื่นแพ้แสง มีอาการปวดข้อ นิ้วมือ นิ้วเท้า หรืออาจจะมีอาการไม่จำเพาะ เช่น อ่อนเพลีย นอกจากนั้นยังอาจมีอาการที่อวัยวะภายในได้ ที่สำคัญคือระบบเลือดและระบบไต โดยผู้ป่วยอาจมีอาการซีดลง มีเกล็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ หรือไตทำงานผิดปรกติ มีไข่ขาวปนมาในปัสสาวะ ไตอักเสบ ไตเสื่อม หรือไตวาย  หรือหากเกิดความผิดปรกติกับระบบสมอง ผู้ป่วยก็อาจจะมีอาการชัก หรือสับสน พูดไม่รู้เรื่องได้

โอกาสในการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเอสแอลอี

       จากข้อมูลในต่างประเทศพบว่าใน 5 ปี ผู้ป่วยโรคเอสแอลอีจะเสียชีวิตไปประมาณ 5 % ใน 10 ปี จะเสียชีวิตประมาณ 10 % ใน 20 ปี จะเสียชีวิตประมาณ 20 % ซึ่งสาเหตุของการเสียชีวิตใน 10 ปีแรก ส่วนใหญ่จะเกิดจากตัวโรคที่มีความรุนแรงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีอาการทางไตที่รุนแรงมาก ซึ่งจะนำไปสู่อาการไตอักเสบอย่างรุนแรง ไตวาย และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ในที่สุด อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการติดเชื้อโรค เนื่องจากการรักษาโรคนี้จะต้องมีการให้ยากดภูมิคุ้มกัน ทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อได้ง่าย จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุและมีบาดแผล สิ่งที่ผู้ป่วยควรทำคือต้องรีบไปพบแพทย์และให้ยาฆ่าเชื้อโดยทันที เพื่อไม่ให้มีการติดเชื้อและลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดต่อไป

การรักษาผู้ป่วยโรคเอสแอลอี

       ปัจจุบันการรักษาผู้ป่วยโรคเอสแอลอีซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานก็คือการให้ยา โดยแพทย์จะดูว่าผู้ป่วยมีอาการเกิดขึ้นที่ระบบใด หากเป็นผื่นเล็กน้อยก็อาจจะให้ยาทาบริเวณที่เป็นผื่น หรืออาจจะให้รับประทานยาคลอโรควิน ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาโรคมาลาเรียได้ด้วย  แต่ในกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น ไตอักเสบ ซีดมาก ๆ หรือชัก ก็จะมีการให้ยาในกลุ่มสเตรียรอยด์ซึ่งเป็นยาที่ช่วยในการกดภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำงานมากเกินไปเป็นหลัก นอกจากนั้นอาจจะมีการให้ยาเคมีบำบัดเสริมในกรณีที่ใช้ยาสเตรียรอยด์แล้วไม่ได้ผล
       โรคเอสแอลอีเป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งผู้ป่วยมีโอกาสหายขาดน้อยมาก ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องมาพบแพทย์บ่อย ๆ ตลอดระยะเวลาที่ป่วย

ข้อควรปฏิบัติของผู้ป่วยเอสแอลอี

       สำหรับผู้ป่วยโรคเอสแอลอี สิ่งที่ควรปฏิบัติอันดับแรกคือไม่ควรตกใจว่าตนเองเป็นโรคเอสแอลอี เพราะโรคนี้มีอาการหลายระดับ ตั้งแต่เบา ๆ จนกระทั่งอาการรุนแรงมาก และการรักษาในปัจจุบันก็มีการพัฒนาไปมาก เพราฉะนั้นโอกาสที่จะมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตจึงลดลงไปมากด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นยังไม่ควรไปหาวิธีการรักษาอื่น ๆ เช่น การใช้ยาสมุนไพร  ซึ่งจะทำให้พลาดโอกาสในการรักษาเพื่อให้โรคสงบลง หรือซื้อยารับประทานเอง เนื่องจากยาบางชนิด เช่น ฮอร์โมนคุมกำเนิด อาจจะทำให้โรคกำเริบขึ้นได้ ซึ่งหากต้องการคุมกำเนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และหากรับประทานยาแล้วเกิดอาการข้างเคียงหรือแพ้ยาก็ควรรีบกลับไปเจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อให้แพทย์ปรับยาให้ อีกสิ่งหนึ่งคือโรคนี้ไม่ถูกกับแสงแดด ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรหลีกเลี่ยงแสงแดด แต่หากจำเป็นต้องโดนแดดก็ต้องทายากันแดดเสมอ ส่วนในเรื่องของการรับประทานอาหารควรเป็นอาหารที่สุก สะอาด เท่านั้น

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook