PReMA Projects & Activities
  print 
  เมื่อรักร้าวเพราะ ED Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 11 กพ. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

รศ.นพ.บุญเติม แสงดิษฐ

แพทย์ประจำคลินิกชายวัยทอง

เมื่อรักร้าวเพราะ ED

       ยิ่งเข้าใกล้วันวาเลนไทน์มากเท่าใด ทุกคนก็ดูจะยิ่งให้ความสำคัญกับเรื่องของความรักมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามองค์ประกอบที่สำคัญของชีวิตคู่ นอกจากความรัก ความเข้าใจ ความผูกพันซึ่งกันและกันแล้ว ยังมีเรื่องของความสัมพันธ์ทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากความสัมพันธ์ทางเพศสุขสม ก็ย่อมหมายชีวิตคู่ที่มีความสุข และคงไม่มีใครอยากให้ความสุขในชีวิตคู่ต้องสะดุดลงด้วยโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ED
       สำหรับ รายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ ได้ไปพูดคุยกับ รศ.นพ.บุญเติม แสงดิษฐ แพทย์ประจำคลินิกชายวัยทอง เกี่ยวกับโรค ED ในหัวข้อ “เมื่อรักร้าวเพราะ ED”

รู้จักโรค ED

       โรค ED (Erectile Dysfunction) หมายถึงภาวะที่อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอหรือไม่แข็งตัวนานพอที่จะมีกิจกรรมทางเพศได้อย่างพึงพอใจ และเนื่องจากโรค  ED เป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด ดังนั้นสาเหตุของการเกิดโรค ED ที่พบบ่อยก็คือโรคทางกายซึ่งมีผลต่อความเสื่อมของหลอดเลือด เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคของหลอดเลือดอื่น ๆ โรคของระบบประสาท และโรคของต่อมไร้ท่อ นอกจากนี้ยังพบว่าโรค ED สามารถเกิดจากสาเหตุทางจิตใจได้เช่นกัน โดยอาจเกิดจากความเครียด การขาดความมั่นใจในตนเอง และซึมเศร้า และในผู้ป่วย ED บางรายก็พบว่ามีสาเหตุมาจากทั้งโรคทางกายและทางจิตใจร่วมกัน
       สำหรับอุบัติการณ์ของโรค ED ในชายไทย สามารถพบได้มากขึ้นตามช่วงอายุที่มากขึ้น โดยในชายไทยที่อยู่ในช่วงอายุน้อยกว่า 40 ปี สามารถพบผู้ที่เป็นโรค ED ได้ร้อยละ 5 หากอายุ 40 – 60 ปี จะสามารถพบผู้ที่เป็นโรค ED ได้ร้อยละ 40 และหากอายุ 60 – 70 ปี จะพบผู้ที่เป็นโรค ED ได้ถึงประมาณร้อยละ 70

สัญญาณเตือนโรค ED

       สำหรับอาการเริ่มแรกของโรค ED คือการที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวในช่วงที่มีเพศสัมพันธ์ หรือสามารถแข็งตัวได้ แต่ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างตลอดรอดฝั่ง

กลุ่มเสี่ยง...นกเขาไม่ขัน

       คุณผู้ชายกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรค ED สูง คือกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือโรคของหัวใจและหลอดเลือด และผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย ผู้ที่มีความเครียดเรื้อรัง

โรค ED จะส่งผลเสียต่อชีวิตคู่อย่างไร?

       หากมีคู่ชีวิตที่เป็นโรค ED ก็จะส่งผลให้ความผูกพันในชีวิตคู่น้อยลง เพราะหากสามีภรรยาไม่สามารถที่จะมีเพศสัมพันธ์กันได้ ชีวิตคู่ก็ไม่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นต้นเหตุที่นำไปสู่การหย่าร้างได้ในที่สุด

การบำบัดและรักษาโรค ED

       หากมีอาการของโรค ED สิ่งที่ควรปฏิบัติคือรีบไปพบแพทย์ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุว่าผู้ป่วยมีโรคประจำตัวใด ๆ บ้าง หากผู้ป่วยเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง แพทย์ก็จะทำการรักษาโรคเหล่านั้น ซึ่งเมื่อทำการรักษารักษาแล้ว หลอดเลือดของผู้ป่วยก็จะดีขึ้น และจะส่งผลให้อาการของโรค ED ดีขึ้นตามไปด้วย
       นอกจากการรักษาโรคทางกายแล้ว ก็ยังต้องมีการรักษาทางด้านจิตใจควบคู่กันไปด้วย หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการเครียด ก็ควรให้ผู้ป่วยใช้วิธีบริหารความเครียดอย่างเหมาะสม และบางรายอาจจะต้องให้ยาช่วยลดความเครียดนั้นลงด้วย

โรค ED สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

       หากสามารถค้นพบโรคทางกายซึ่งเป็นสาเหตุในการเกิดโรค ED ก็สามารถที่จะรักษาโรค ED ให้หายได้ อย่างไรก็ตามแม้จะหายจากอาการของโรค ED แล้ว ผู้ป่วยก็อาจจะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก เนื่องจากโรค ED มีความเกี่ยวข้องกับความเสื่อมของหลอดเลือด เพราะฉะนั้นหากมีอายุมากขึ้น ร่างกายมีความเสื่อมมากขึ้น โรคก็อาจจะกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเช่นกัน

นวัตกรรมใหม่เพื่อผู้ป่วย ED

       การที่อวัยวะเพศชายไม่แข็งตัว เกิดขึ้นเนื่องจากเลือดไปหล่อเลี้ยงที่บริเวณอวัยวะเพศไม่ดีพอ ซึ่งปัจจุบันมียาที่สามารถช่วยให้เลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศได้ดีขึ้น รวมทั้งกักเก็บเลือดเอาไว้ในบริเวณนั้นเพื่อทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีและนานพอ ซึ่งหลังรับประทานยาไปแล้วประมาณ 15 นาที – ชั่วโมง ยาก็จะออกฤทธิ์ โดยระยะเวลาในการออกฤทธิ์นั้นขึ้นอยู่กับชนิดของยา ยาบางชนิดออกฤทธิ์ได้นาน 4 – 5 ชั่วโมง บางชนิดออกฤทธิ์ได้นาน 7 – 8 ชั่วโมง และบางชนิดออกฤทธิ์ได้นานถึง 36 ชั่วโมง ซึ่งหากปรึกษาแพทย์ แพทย์ก็จะแนะนำการใช้ยาอย่างเหมาะสมให้

อย่าอายหมอ เมื่อเป็น ED

       สำหรับในผู้ป่วย ED ที่อาจจะรู้สึกอับอายและไม่กล้าไปพบแพทย์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากไม่ไปรับการตรวจวินิจฉัยก็จะไม่ทราบว่าโรค ED นั้นเกิดจากสาเหตุใด และตนเองมีโรคประจำตัวใด ๆ อยู่หรือไม่ ดังนั้นหากมีอาการจึงควรรีบไปพบแพทย์ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้อาการของโรค ED ดีขึ้นแล้ว ยังจะได้รับการรักษาโรคประจำตัวอื่น ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค ED ด้วย

ดูแลตนเองให้ปลอดภัยจาก ED

       การดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรค ED สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยใช้หลัก 3 อ ได้แก่
       - อาหาร ควรลดอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม เพราะจะนำมาซึ่งโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง
       - ออกกำลังกาย การออกกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้หลอดเลือดมีการขยายตัวและหดตัวในจังหวะที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความเสื่อมของหลอดเลือดได้
       - อารมณ์ ควรดูแลอารมณ์ให้แจ่มใส ไม่เครียดเกินไป
       นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา และควรพักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งเข้ารับการตรวจร่างกายประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ทราบว่าร่างกายมีความผิดปรกติในด้านใดบ้าง และจะได้รีบรับการรักษาต่อไป

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook