PReMA Projects & Activities
  print 
  นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า...ของผู้ป่วยเบาหวาน Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 10 พย. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100   

       

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์

นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า...ของผู้ป่วยเบาหวาน

       เบาหวานนับเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทั่วโลก โดยปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรคนี้นอกจากจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้ว ยังก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วยด้วยโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ อีกหลายโรค
       เนื่องในวันเบาหวานโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ รายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่า จึงถือโอกาสพูดคุยกับ ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มาร่วมมาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน รวมทั้งนวัตกรรมที่ช่วยดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สถานการณ์ของผู้ป่วยเบาหวาน

       ปัจจุบันคาดว่ามีคนไทยไม่ต่ำกว่า 35 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้เนื่องจากวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไป โดยมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น เช่นการมีน้ำหนักตัวมากเกินไปหรือโรคอ้วน การรับประทานอาหารมากเกินไป การรับประทานอาหารรสหวานและมีไขมันค่อนข้างมาก ออกกำลังกายน้อยลง และยังมีความเครียดในสังคมมากขึ้นด้วย

โรคแทรกซ้อน...เรื่องสำคัญที่ผู้ป่วยเบาหวานต้องระวัง

       ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราต้องดูแลควบคุมโรคเบาหวานให้ดีคือโรคแทรกซ้อนที่จะตามมาจากการเป็นโรคเบาหวาน เช่น โรคไต โรคทางหลอดเลือดแดงใหญ่ ซึ่งได้แก่โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งจะตามมาด้วยอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต นอกจากนั้นเบาหวานยังอาจทำให้เกิดแผลที่เท้า จนผู้ป่วยบางรายต้องตัดเท้าทิ้ง และยังอาจขึ้นไปที่ตาทำให้ตาบอดได้ โดยอาการแทรกซ้อนเหล่านี้อาจทำให้ผู้ป่วยพิการหรือเสียชีวิตได้

นวัตกรรมใหม่ ๆ ในการรักษาโรคเบาหวาน

       นวัตกรรมใหม่ ๆ ในการรักษาโรคเบาหวานมีทั้งยาและอุปกรณ์ในการรักษา โดยในช่วง 5 – 10 ปีที่ผ่านมา มียาใหม่ที่ทำให้การรักษาเบาหวานเป็นไปตามที่ต้องการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นยารับประทานหรือฉีด ซึ่งยาใหม่ ๆ เหล่านี้ช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลทำได้ดีขึ้น และในระยะหลังยาที่ผลิตออกมาใหม่ยังมีอันตรายในแง่ที่ทำให้ระดับน้ำตาลต่ำเกินไปน้อยลงด้วย
       นอกจากยา ปัจจุบันยังมีอุปกรณ์ในการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดที่ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลสามารถทำได้เองที่บ้าน ซึ่งจะช่วยให้ทราบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเป็นอย่างไร เพื่อการเลือกรับประทานอาหารและยาอย่างเหมาะสม ระดับน้ำตาลในเลือดจะได้ไม่เพิ่มสูงหรือต่ำจนเกินไป

การดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน

       เบาหวานเป็นสิ่งที่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วจะอยู่กับผู้ป่วยตลอดไป อย่างไรก็ตามเราสามารถควบคุมเบาหวานได้ แต่ไม่ได้หมายถึงการพึ่งพายาเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการดูแลตนเองควบคู่กันไปด้วย
สำหรับผู้ป่วยเบาหวานมีข้อควรปฏิบัติ 3 ประการ คือ
       - มีวินัยในตนเอง โดยการเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง
       - ดูแลสุขภาพ หากเป็นเบาหวาน ต้องมีการดูแลสุขภาพร่างกายอย่างละเอียดมากกว่าคนปรกติ โดยแพทย์จะนัดให้ผู้ป่วยไปตรวจตา ตรวจปัสสาวะ และตรวจเท้าเป็นประจำ ซึ่งหากพบข้อบ่งชี้ว่าจุดใดน่าจะเกิดปัญหา จะได้ทำการแก้ไขได้ทันท่วงที
       - อย่าทำในสิ่งที่ไม่ควรทำแล้วปกปิดแพทย์ ทั้งในส่วนของตนเอง และคนรอบข้าง โดยผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ส่วนคนรอบข้างก็ควรตักเตือนผู้ป่วยในสิ่งที่แพทย์ห้าม เช่นในเรื่องของการรับประทานอาหารที่จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง นอกจากนั้นยังควรเอาใจใส่และให้กำลังใจผู้ป่วยด้วย

กิจกรรมวันเบาหวานโลก

       วันที่ 14 พฤศจิกายน ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก ซึ่งในปีนี้ทางสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ก็ได้ร่วมมือกับหลาย ๆ หน่วยงานจัดกิจกรรมขึ้น เพื่อทำให้คนไทยตระหนักว่าเบาหวานเป็นปัญหาของประเทศ และทุกคนต้องหันมาช่วยกันจัดการกับปัญหานี้ โดยจะมีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในวันที่ 14 และ19 พฤศจิกายน เวลา 7.30 - 8.00 น. และในวันที่ 11 พฤศจิกายนก็จะมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ให้คำแนะนำ และตรวจเช็คโรคเบาหวาน ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ป้องกันตนเองให้ห่างจากโรคเบาหวาน

       การดูแลตนเองให้ห่างจากโรคเบาหวานคือการควบคุมน้ำหนักตัว รับประทานอาหารอย่างเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด เค็มจัด และมีไขมันมาก นอกจากนั้นยังควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย

คำถามจากผู้ฟังทางบ้าน

Q: ระดับน้ำตาลสูงเท่าใด จึงจะถือว่ามีปัญหาโรคเบาหวาน?

A: สำหรับคนปรกติ ในตอนเช้าที่ยังไม่ได้รับประทานอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือดจะอยู่ที่ 70 – 99 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หากระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่า 125 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป จะเรียกว่าเป็นภาวะก่อนเบาหวาน และจะยังไม่มีอาการแสดง แต่เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ที่ 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตรขึ้นไป ก็จะมีอาการแสดงของโรคเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย ดื่มน้ำเยอะ และผอมลง ซึ่งในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่มีอาการแสดงก็ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคต่อไป เนื่องจากหากพบโรคเบาหวานตั้งแต่เริ่มต้น ก็จะสามารถควบคุมเบาหวานได้ง่าย และสามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนที่จะตามมาได้ดีกว่าการรักษาโรคในระยะท้าย ๆ แล้ว

Q: เป็นเบาหวานแล้วมีอาการหน้ามืด สามารถดื่มน้ำหวานได้เลยหรือไม่?

A: อาการหน้ามืดอาจจะเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ความดันโลหิตผิดปรกติ ปัญหาจากระบบหัวใจและระบบประสาท ซึ่งหากมีอาการหน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออก และรู้สึกหิว  ก็อาจจะเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้ อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก็จะไม่ทราบว่าอาการดังกล่าวเกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำหรือไม่ และการแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกต้องก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายตามมาได้

Q: การตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดโดยการเจาะเลือดจากข้อพับและเจาะเลือดจากนิ้วแตกต่างกันอย่างไร?

A: การตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดโดยการเจาะเลือดจากข้อพับเป็นวิธีตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดแบบมาตรฐาน ส่วนตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดโดยการเจาะเลือดจากนิ้วก็จะช่วยให้ทราบว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำอย่างชัดเจนได้เช่นกัน แต่ตัวเลขอาจจะไม่ละเอียดเท่าการเจาะเลือดจากข้อพับ

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook