PReMA Projects & Activities
  print 
  “วัณโรค” ปัญหาที่ยังรอการแก้ไข Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 24 มีค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

นพ.เฉวตสรร นามวาท

ผู้อำนวยการสำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

“วัณโรค” ปัญหาที่ยังรอการแก้ไข

       ปัจจุบันวัณโรคยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทั่วโลก โดยทุก ๆ นาที จะมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคถึง 3 คน หากเทียบเป็นเวลา 1 วัน วัณโรคจะคร่าชีวิตคนไปเท่ากับจำนวนผู้เสียชีวิตจากเครื่องบินตก 15 ลำ และสำหรับประเทศไทยก็ยังถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 18 จาก 22 ประเทศ ที่มีปัญหาวัณโรคมากที่สุดในโลก
       ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ได้ถูกกำหนดให้เป็น “วันวัณโรคโลก” รายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ จึงได้ไปพูดคุยกับ นพ.เฉวตสรร นามวาท  ผู้อำนวยการสำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับ “วัณโรค” ปัญหาที่ยังรอการแก้ไข

สถานการณ์ของวัณโรคในประเทศไทย

       หลังจากที่มีการดูแล ควบคุม รักษากันอย่างต่อเนื่องยาวนาน ดูเหมือนว่าสถานการณ์วัณโรคของประเทศไทยจะดีขึ้น แต่ในยุคโลกาภิวัฒน์เช่นปัจจุบัน ก็ทำให้คนไทยมีความเสี่ยงต่อวัณโรคมากขึ้น ทั้งจากมลพิษ ความแออัดของประชากร และแรงงานที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน และที่สำคัญคือการติดเชื้อเอชไอวี เพราะวัณโรคเป็นโคติดเชื้อฉวยโอกาสที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
       สำหรับประเทศไทย ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยวัณโรค 130,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 94,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคปีละ 11,000 ราย

อาการของผู้ป่วยวัณโรค

       อาการที่พบในผู้ป่วยวัณโรค ได้แก่  ไอเรื้อรังติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ มีไข้กลางคืน มีเหงื่อออก ซึ่งอาการไอของผู้ป่วยวัณโรคจะมีความแตกต่างจากอาการไอจากไข้หวัดหรือการติดเชื้ออื่น ๆ โดยในช่วงแรกผู้ป่วยจะไอแห้ง ๆ หากไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาไม่ถูกต้องก็จะมีเสมหะร่วมด้วย และหากมีอาการป่วยมาก ๆ ก็อาจจะมีเลือดปนกับเสมหะ โดยเสมหะของผู้ป่วยอาจจะมีสีแดงหรือสีชมพู

การรักษา

       สำหรับผู้ป่วยวัณโรค ในช่วงที่ได้รับการรักษา 2 – 3 สัปดาห์แรก เชื้อจะหยุดแพร่กระจาย แต่โรคจะยังไม่หายไป ดังนั้นจึงต้องรับประทานยาติดต่อกันไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งในการรับประทานยานั้น  ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ซึ่งผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเอง แต่ควรนำเรื่องมาปรึกษาแพทย์ เพื่อปรับเปลี่ยนยา หรือรับคำแนะนำอื่น ๆ อาการเหล่านั้นจะได้หายไป และผู้ป่วยจะได้รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง
       สำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาไม่ครบจะมีโอกาสที่จะกลับมาป่วยซ้ำและทำให้เชื้อวัณโรคที่มีอยู่ในร่างกายเป็นเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนานสูงขึ้น ซึ่งในการรักษาวัณโรคธรรมดาจะใช้ระยะเวลา 6 เดือน แต่สำหรับวัณโรคที่ดื้อยาหลายขนาน จะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานถึง 18 เดือน
       วัณโรคเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตามหากรักษาหายแล้วแต่ไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เชื้อวัณโรคอยู่เป็นจำนวนมาก ก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่ควรปฏิบัติคือการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพราะเมื่อไปสัมผัสเชื้ออีก ร่างกายก็จะสามารถต่อสู้กับเชื้อได้

การให้วัคซีน BCG ช่วยป้องกันวัณโรคได้มากน้อยเพียงใด?

       วัคซีน BCG เป็นวัคซีนที่ฉีดในเด็กเพื่อช่วยลดความรุนแรงของเชื้อวัณโรคในช่วงที่เด็กยังมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงนัก อย่างไรก็ตามปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็ยังมีความสนในที่จะพัฒนาวัคซีนป้องกันวัณโรคชนิดอื่น ๆ ขึ้นมา แต่ก็ยังไม่มีวัคซีนใดผลิตออกมาเพิ่มเติมในช่วงนี้ 

ลดวัณโรค ต้องช่วยกันดูแล

       เนื่องจากวัณโรคเป็นโรคที่ติดต่อจากคนสู่คน เพราะฉะนั้นจุดสำคัญคือหากรักษาผู้ป่วยให้หายเร็วที่สุด ก็จะเป็นการตัดวงจรการติดต่อ เพราะฉะนั้นหากมีอาการที่น่าสงสัย จึงควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาทันที
       เชื้อวัณโรคเป็นเชื้อที่เจริญเติบโตช้า และผู้ที่ได้รับเชื้อวัณโรคก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องป่วยทุกคน มีเพียง 10 %เท่านั้นที่จะป่วย เพราะหากผู้รับเชื้อมีร่างกายแข็งแรง เชื้อวัณโรคก็จะไม่เพิ่มจำนวน และหมดไปจากร่างกายได้ ดังนั้นการผ่านอากาศที่มีเชื้อวัณโรคฟุ้งกระจายอยู่เพียงไม่นาน ก็ไม่ถึงกับทำให้ติดโรคนี้ แต่หากมีผู้ป่วยในบ้าน แล้วต้องคลุกคลีกับผู้ป่วย ก็อาจจะติดโรคได้ เพราะฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำลายของผู้ป่วย และใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกับผู้ป่วยทุกครั้ง จนกว่าผู้ป่วยจะหายขาดจากโรค
       สำหรับผู้ที่ขับรถแท็กซี่ เนื่องจากเชื้อวัณโรคสามารถฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศได้นาน เพราะฉะนั้นผู้ขับขี่ควรดูแลรถของตนเองให้มีอากาศถ่ายเท ทำความสะอาดบ่อย ๆ อย่าให้มีความอับชื้น รวมทั้งการใส่หน้ากากอนามัย ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยป้องกันการแพร่เชื้อวัณโรคได้

นโยบายลดวัณโรคให้เป็น “ศูนย์”

       ประเทศไทยมีนโยบายที่จะลดวัณโรคลงให้เหลือเป็นศูนย์ โดยไม่ให้มีผู้ป่วยวัณโรคเลย แต่วัณโรคเป็นโรคที่จัดการค่อนข้างยาก ซึ่งในเบื้องต้นหากผู้ป่วยให้ความร่วมมือโดยการรับประทานยาให้ครบตามกำหนดระยะเวลาทุกคน ก็จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยลงไปได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ในทุก ๆ ประเทศพบว่าการดูแลเรื่องการรับประทานยาโดยมีพี่เลี้ยงกำกับเป็นผลที่ทำให้เกิดความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งสำหรับประเทศไทยก็จะมีแพทย์  ทีมดูแลผู้ป่วย เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลการรับประทานยาของผู้ป่วย
       ส่วนยุทธศาสตร์อื่น ๆ ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขไทยมุ่งเน้นก็คือการค้นหาผู้ป่วยในกลุ่มที่มีภาวะเสี่ยง เช่น แรงงานเคลื่อนย้ายที่อยู่ในที่อัด ผู้ต้องขังในเรือนจำ แล้วให้บริการตรวจวินิจฉัยอย่างรวดเร็วพร้อมให้การรักษาอย่างทันท่วงที

คำถามจากผู้ฟังทางบ้าน

Q:การฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคได้ผลหรือไม่ และเป็นสิ่งที่จำเป็นหรือไม่?

A:ยังไม่มีข้อแนะนำทางวิชาการสำหรับการนำวัคซีนป้องกันป้องกันวัณโรคในเด็กมาฉีดให้ผู้ใหญ่ ส่วนเรื่องของการฉีดวัคซีนในเด็กก็ควรฉีดตามมาตรฐาน แต่ในผู้ใหญ่จะใช้วิธีการควบคุมป้องกันโดยวิธีอื่น จนกว่าในอนาคตจะมีการประกาศใช้วัคซีนที่สามารถป้องกันวัณโรคได้

Q:อากาศที่หนาวเย็นมีผลต่อการกำเริบของวัณโรคหรือไม่?

A:อากาศที่หนาวเย็นอาจไม่ได้มีผลต่อการกำเริบของโรคโดยตรง แต่อาจจะทำให้เกิดอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยวัณโรคมีอาการรุนแรงมากขึ้นได้

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook