PReMA Projects & Activities
  print 
  อันตรายจาก “โรคหลอดเลือดสมอง” Bookmark and Share

วันเสาร์ที่  5 พ.ย.  เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2554 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

 อ.นพ.ยงชัย นิละนนท์    

อาจารย์ประจำสาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

อันตรายจาก “โรคหลอดเลือดสมอง”

โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทั่วโลกและรวมถึงประเทศไทย โดยโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตอันดับ 2 ของประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และเป็นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตอันดับ 5 ของประชากรที่มีอายุระหว่าง 15 - 59 ปี ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 6 ล้านคน
สำหรับรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ในครั้งนี้ เราจะไปพูดคุยกับ อ.นพ.ยงชัย นิละนนท์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ในหัวข้อ อันตรายจาก “โรคหลอดเลือดสมอง”

โรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมองหรือที่เรียกว่าโรคอัมพฤกษ์อัมพาตเกิดได้จาก 2 สาเหตุ คือ
• หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน พบได้ถึง 80 % จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด
• หลอดเลือดสมองแตก พบได้ 20 % จากจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด
สำหรับประเทศไทยพบอุบัติการณ์ของโรคนี้ในประชากรที่มีอายุระหว่าง 45 – 80 ปี ประมาณ   1.88 % หรือพบโรคนี้ได้ในประชากร 2 คนจากจำนวน 100 คน และนอกจากจะเป็นโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการเสียชีวิตสูงแล้ว โรคนี้ยังก่อให้เกิดความพิการในระยะยาวอีกด้วย ซึ่งจากข้อมูลที่มีการบันทึกไว้ พบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจะมีโอกาสเสียชีวิตประมาณ 5 % และประมาณ 20 – 25% จะสามารถฟื้นตัวและมีคุณภาพชีวิตใกล้เคียงปรกติ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 70 % จะมีความพิการเกิดขึ้นตลอดอายุขัย โดยผู้ป่วยโรคนี้จะมีปัญหาเรื่องการสูญเสียความทรงจำหรือความจำเสื่อมด้วย

สัญญาณอันตราย

อาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้แก่ อาการอ่อนแรงครึ่งซีกของลำตัว โดยร่างกายซีกใดซีกหนึ่งจะขยับไม่ได้ หรือมีอาการอ่อนแรง หรือมีอาการชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ได้หรือพูดไม่ชัด มีปัญหาเรื่องการกลืนลำบาก เดินเซ มองเห็นภาพซ้อน นอกจากนั้นอาจจะมีอาการตาข้างใดข้างหนึ่งมองไม่เห็นในชั่วขณะหนึ่ง

อาการของโรคหลอดเลือดสมองมีความพิเศษคือผู้ป่วยจะมีอาการเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันทันที โดย หากมีอาการที่คิดว่าเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติคือนำตัวผู้ป่วยมาพบแพทย์ทันที เพราะโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่ยิ่งรักษาเร็วก็จะยิ่งได้ผลดี ถึงแม้จะมียาที่สามารถรักษาได้ภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาที (นับจากเวลาที่เกิดอาการจนถึงเวลาที่ให้ยา) แต่ยิ่งผู้ป่วยมาพบแพทย์และได้รับยาเร็วเท่าใด ก็จะยิ่งมีโอกาสหายเป็นปรกติมากขึ้นเท่านั้น

ปัจจัยเสี่ยง...โรคหลอดเลือดสมอง

• ปัจจัยที่สามารถแก้ไขได้ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง  เบาหวาน การสูบบุหรี่ การรับประทานยาบางชนิด การขาดการออกกำลังกาย 
• ปัจจัยที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ได้แก่ อายุที่มากขึ้น เพศชาย โรคทางพันธุกรรมบางอย่างที่ส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง

การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น แพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อพิจารณาความรุนแรงของโรค จากนั้นจะสืบค้นเพิ่มเติมโดยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง หรือตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI หรือ CT Scan) และตัดสินใจเลือกวิธีการรักษา โดยหากผู้ป่วยมาพบแพทย์จากสาเหตุหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน และมาพบแพทย์ภายใน4 ชั่วโมง 30 นาที แพทย์จะพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ แต่หากผู้ป่วยมาช้ากว่านั้นการรักษาจะลำบากมากขึ้น และคนไข้จะเสี่ยงต่อการมีความพิการสูง อย่างไรก็ตามก็ยังมีโอกาสที่จะรักษาได้ เช่น การใส่สายสวนเข้าไปดึงลิ่มเลือดที่อุดตันออกมา หรือให้ยาทางหลอดเลือดแดง แต่ผลการรักษาอาจจะไม่ดีเท่ากับผู้ป่วยที่มาพบแพทย์เร็วกว่า

สำหรับผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดสมองแตก ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้ในการรักษาอย่างเฉพาะเจาะจง แต่จะเป็นการรักษาตามอาการ เช่น การควบคุมความดันโลหิต การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการดูแลเรื่องสารน้ำ

รู้เท่าทัน...ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

โรคหลอดเลือดสมองมีปัจจัยเสี่ยงที่สามารถแก้ไขได้ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ซึ่งพบว่าหากสามารถแก้ไขปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นได้ทั้งหมด จะสามารถป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ 80 – 90 %
สำหรับการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ทุกท่านจะต้องตระหนักรู้ว่าตนมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้หรือไม่ อันได้แก่ มีภาวะความดันโลหิตสูง เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โดยผู้ที่มีโรคดังกล่าวควรดูแลควบคุมโรคให้ดี นอกจากนั้นยังไม่ควรสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ และเนื้อปลา

น้ำท่วมควรดูแลตนเองอย่างไร?

สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาของโรคหลอดเลือดสมองในช่วงน้ำท่วม หากมีอาการแบบเฉียบพลัน สิ่งที่ควรปฏิบัติคือรีบไปพบแพทย์ทันที โดยในช่วงวิกฤติดังเช่นปัจจุบัน ทุกคนควรมีหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถขอความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลใกล้เคียงที่มีความสามารถในการสืบค้นโรคและให้ยารักษาโรคหลอดเลือดสมองได้ ซึ่งได้แก่ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลสังกัดโรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลในสังกัดกทม. นอกจากนั้นในระหว่างที่จะไปพบแพทย์ ก็สามารถรับประทานยาแอสไพริน 1 – 2 เม็ด โดยเคี้ยวแล้วกลืน ซึ่งจะสามรารถช่วยเหลือผู้ป่วยในระยะต้นได้
ในส่วนของผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่แล้วหรือมีอาการอยู่แล้ว วิธีการดูแลตนเองในช่วงน้ำท่วมคือจะต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่อง และหากไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้ ก็ควรให้ผู้อื่นไปรับยาที่โรงพยาบาลแทน

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook