PReMA Projects & Activities
  print 
  “เบาหวาน”โรคเรื้อรังที่ไม่ควรมองข้าม Bookmark and Share

วันเสาร์ที่  12 พ.ย.  เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2554 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

พญ.เกษนภา เตกาญจนวนิช    

 นายกสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน

“เบาหวาน”โรคเรื้อรังที่ไม่ควรมองข้าม  

โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตและคร่าชีวิตมนุษย์ไปมากที่สุดโรคหนึ่ง
นอกจากนั้นยังมีแนวโน้มว่าอัตราการเกิดโรคจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต และเนื่องจากเบาหวานถือเป็นภัยคุกคามมนุษย์ จึงได้มีการกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก โดยในปีนี้สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติได้กำหนดคำขวัญของวันเบาหวานโลกเอาไว้ว่า“Act on Diabetes. Now” หรือ “รวมพลัง ลดเสี่ยง เลี่ยงเบาหวาน” 

สำหรับรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พญ.เกษนภา เตกาญจนวนิช นายกสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน มาร่วมพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการและดูแลโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติน้ำท่วมดังเช่นปัจจุบันนี้

ทำความรู้จักกับเบาหวาน

โรคเบาหวานเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งแตกต่างกันตามชนิดของโรคเบาหวาน โดยโรคเบาหวานแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่

 •  เบาหวานชนิดที่ 1 ผู้ป่วยกลุ่มนี้พบได้มากในประเทศแถบสแกนดิเนเวียน แต่สำหรับประเทศไทยพบได้น้อย โดยผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะเกิดโรคเบาหวานแบบเฉียบพลัน เนื่องจากผู้ป่วยมีภาวะแพ้ภูมิตนเอง โดยภูมิคุ้มกันของร่างกายจะไปทำลายเซลล์ที่สร้างอินสุลินในตับอ่อน ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องฉีดอินสุลินไปตลอดชีวิต
 • เบาหวานชนิดที่ 2 พบได้ประมาณ 95 % ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวกับการเกิดโรคเบาหวานชนิดนี้ได้แก่ มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคเบาหวาน มีภาวะอ้วนตั้งแต่เด็ก มีไขมันที่พุงมาก อายุที่มากขึ้น การใช้ยาบางชนิด
 • 

 

 เบาหวานชนิดอื่น ๆ ได้แก่เบาหวานที่เกิดจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคตับอ่อนเรื้อรัง โรคเนื้องอกของต่อมใต้สมอง หรือไทรอยด์เป็นพิษ

 • โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากการตั้งครรภ์เป็นภาวะหนึ่งที่ส่งผลให้ร่างกายเกิดความเครียด และในขณะตั้งครรภ์ร่างกายจะมีฮอร์โมนที่ต่อต้านอินสุลินซึ่งสร้างขึ้นจากรก ซึ่งส่งผลให้หญิงตั้งครรภ์มีภาวะดื้อต่ออินสุลินมากขึ้น หากมีภาวะนี้ประกอบกับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง มีภาวะอ้วน มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน และตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก หญิงตั้งครรภ์รายนั้นก็จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้สูง

เด็กก็เป็นเบาหวานได้

โรคเบาหวานสามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ โดยปัจจุบันสามารถพบโรคนี้ได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก โดยเด็กมีภาวะอ้วนและมีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคเบาหวาน จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานได้สูง อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยเด็ก หากมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หันมาออกกำลังกาย และทำกิจกรรมมากขึ้น ก็จะสามารถควบคุมเบาหวานได้ไม่ยาก

เบาหวาน โรคเรื้อรังที่ไม่ควรมองข้าม

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน แสดงว่าผู้ป่วยมีภาวะน้ำตาลในร่างกายผิดปรกติมาแล้วอย่างน้อย 1 – 2 ปีแล้ว ซึ่งอวัยวะภายในเกิดการเสื่อมแล้ว แต่มักจะยังไม่มีอาการแสดงทางร่างกาย ดังนั้นหากทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ทั้งนี้เนื่องจากเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาด และยังอาจมีผลแทรกซ้อนทำให้ไตเสื่อม ตาบอด หรือเป็นแผลเรื้อรังจนต้องตัดอวัยวะนั้นทิ้งได้ การป้องกันการเกิดโรคนี้จึงนับเป็นวิธีที่ดีที่สุด

นวัตกรรมในการรักษาเบาหวาน

เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาด แต่ปัจจุบันก็มียากลุ่มใหม่ ๆ ในการรักษาเบาหวานเกิดขึ้นหลากหลายชนิด โดยมียากลุ่มที่ช่วยทำให้อินสุลินในร่างกายออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น และสามารถป้องกันผลแทรกซ้อนของเบาหวานได้มากขึ้น แต่ขณะเดียวกันยาใหม่ ๆ ก็มีราคาสูงพอสมควร อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบราคาของยากับผลการรักษาและการป้องกันผลแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขั้นในอนาคตก็ถือว่าคุ้มค่าในการรักษา

ปัจจุบันผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับคำแนะนำที่ดี มีความรู้และมีเศรษฐานะที่ดี มักจะมีเครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นของตนเอง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยสามารถประเมินระดับน้ำตาลของตนเองได้ และสามารถโทรศัพท์ไปสอบถามศูนย์ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับเบาหวานหรือแพทย์เกี่ยวกับการปรับตัวได้ ซึ่งการมีอุปกรณ์เหล่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมเบาหวานได้ดีขึ้น

การดูแลโรคเบาหวานในสภาวะน้ำท่วม

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มียารับประทานอยู่แล้ว ควรรับประทานอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ นอกจากนั้นผู้ป่วยยังต้องดูแลตนเองโดยการรับประทานอาหารให้ตรงตามเวลา เนื่องจากการรับประทานอาหารเลยเวลาอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้ผู้ป่วยเหงื่อออก เป็นลม ใจสั่น ช็อกหมดสติ และต้องพยายามอย่าเครียด ซึ่งอาจมีผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น นอกจากนั้นยังควรหลีกเลี่ยงการเกิดบาดแผล ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่อันตรายได้ อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมีอาการผิดปรกติ เช่น เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็อาจจะให้ผู้ป่วยรับประทานน้ำตาล ดื่มน้ำหวาน หรืออมลูกอมเพื่อบรรเทาอาการก่อนนำตัวไปพบแพทย์ได้ ส่วนในผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ก็ควรรีบพาไปแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป

 

 

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook