PReMA Projects & Activities
  print 
  ริดสีดวงทวารหนัก…ไม่หนักอย่างที่คิด Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 2 มิย. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100   

       

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

ศ.คลินิกนพ.ดรินทร์ โล่ห์สิริวัฒน์

อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ริดสีดวงทวารหนัก…ไม่หนักอย่างที่คิด

       ริดสีดวงทวารหนัก เป็นโรคหนึ่งที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป และแม้จะดูเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็ก่อความทุกข์ทรมานและสร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังรู้สึกอายที่จะไปพบแพทย์ และเมื่อไปพบแพทย์แล้วต้องทำการรักษาโดยการผ่าตัด กว่าที่แผลจะหายผู้ป่วยก็ต้องทุกข์ทรมานเช่นกัน แต่ปัจจุบันมีนวัตกรรมการรักษาใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยเจ็บปวดและทนทุกข์ทรมานน้อยลง ซึ่งรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับ พรีม่าในครั้งนี้ เราจะไปพูดคุยกับ ศ.คลินิกนพ.ดรินทร์ โล่ห์สิริวัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับโรคริดสีดวงทวารหนัก และนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการรักษาโรคนี้

จุดเริ่มต้น...ริดสีดวงทวารหนัก

       สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดโรคริดสีดวงทวารหนักก็คืออุปนิสัยการขับถ่ายที่ไม่เหมาะสม การขับถ่ายที่ไม่เป็นเวลา การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย และดื่มน้ำน้อย เนื่องจากโรคริดสีดวงทวารหนักมีความสัมพันธ์กับอาการท้องผูก อย่างไรก็ตามสามารถพบริดสีดวงทวารหนักที่เกิดจากอาการท้องเสียได้ด้วยเช่นกัน แต่พบได้ไม่บ่อยนัก เช่นเดียวกับที่พบในผู้ป่วยโรคตับแข็ง โรคนี้พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยในกลุ่มคนที่มีความเร่งรีบอาจจะมีความเสี่ยงมาก เพราะขับถ่ายไม่เป็นเวลา

อาการของโรคริดสีดวงทวารหนัก

       อาการส่วนใหญ่ที่ทำให้ผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารหนักมาพบแพทย์คือ
       • มีเลือดออก โดยเป็นเลือดแดงสด ๆ ออกมาหลังการถ่ายอุจจาระ
       • มีติ่งเนื้อยื่นออกมารอบ ๆ ปากทวาร
       • มีอาการปวด เนื่องจากมีเลือดไปคั่งอยู่ในหัวริดสีดวง ทำให้เลือดดำไม่ไหลเวียนกลับ และกลายเป็นก้อนแข็ง ซึ่งผู้ป่วยจะระบม เจ็บ บวม และไม่สามารถดันริดสีดวงให้กลับเข้าไปภายในได้ 

ประเภทของริดสีดวงทวารหนัก

       โรคริดสีดวงทวารหนักแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
       • ริดสีดวงทวารหนักภายนอก จะมีลักษณะเป็นติ่งเนื้ออยู่ภายนอก ไม่มีปัญหามากนัก
       • ริดสีดวงทวารหนักภายใน มีลักษณะเป็นติ่งก้อนเนื้อยื่นออกมาจากภายใน บางครั้งอาจมีเลือดออกหรือมีการอักเสบได้ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหามากกว่าริดสีดวงภายนอก

การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก

       สำหรับริดสีดวงทวารหนักภายนอก ส่วนใหญ่จะไม่ต้องทำการรักษาใด ๆ เนื่องจากเป็นเพียงผิวหนังที่ยื่นออกมาเท่านั้น ส่วนริดสีดวงภายในจะแบ่งออกเป็น  4 ระยะ ในระยะแรกผู้ป่วยอาจจะมีเลือดออกเล็กน้อย ในระยะที่ 2 เวลาผู้ป่วยถ่ายอุจจาระ จะมีเนื้อนิ่ม ๆ ยื่นออกมา ซึ่งในขณะที่ทำความสะอาดแล้วขมิบนิดหน่อย เนื้อนั้นก็จะสามารถหดเข้าไปข้างในได้ ส่วนระยะที่ 3 เมื่อผู้ป่วยเบ่งถ่ายแล้วมีติ่งเนื้อยื่นออกมา การขมิบก็จะไม่สามารถทำให้ติ่งเนื้อนั้นกลับเข้าไปภายในได้ ต้องมือใช้ช่วยมือดันเข้าถึงจะกลับเข้าที่ ส่วนระยะที่ 4 เพียงการนั่งยอง ๆ หรือจามก็อาจจะทำให้ริดสีดวงออกมาภายนอกได้ และเมื่อพยายามดันก็จะไม่เข้าไปภายใน ซึ่งในผู้ป่วยระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ส่วนใหญ่แพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคอง โดยแนะนำเรื่องการรับประทานอาหารที่เหมาะสม และอุปนิสัยการถ่ายอุจจาระที่ดี หรืออาจจะรักษาโดยการใช้ยางรัดให้ริดสีดวงฝ่อ และในผู้ป่วยระยะที่ 3 ถึงระยะที่ 4 ก็อาจจะมีการผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือพิเศษในการตัดต่อ ซึ่งวิธีนี้มักเลือกทำในผู้ป่วยที่มีริดสีดวง 2 – 3 หัวขึ้นไป และมีเลือดออก โดยการตัดต่อลำไส้เข้าไปข้างใน สูงขึ้นไปจากปากทวารประมาณ 4 ซม. ซึ่งจะช่วยดึงส่วนที่ยื่นออกมาให้กลับเข้าไปข้างใน การผ่าตัดแบบนี้ผู้ป่วยจะไม่เจ็บ เนื่องจากบริเวณที่ตัดต่อลำไส้ไม่มีเส้นประสาทที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดและไม่มีแผลที่ปากทวาร อย่างไรก็ตามการรักษาโดยวิธนี้ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากเป็นวิธีที่มีผลแทรกซ้อนพอสมควร

อันตรายของริดสีดวงทวารหนัก

       โรคริดสีดวงทวารหนักนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ในกรณีที่เป็นอันตรายคือการวินิจฉัยผิดพลาดว่าเป็นริดสีดวงทวารหนัก แต่จริง ๆ แล้วเป็นเนื้อร้าย  อีกกรณีหนึ่งคือในผู้ที่เป็นริดสีดวงทวารหนักภายใน และเสียเลือดมาก ซึ่งในผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง จะยิ่งทำให้หัวใจทำงานหนัก และอาจทำให้หัวใจล้มเหลวได้

การเลือกสุขภัณฑ์ที่เหมาะสม

       ในการเลือกสุขภัณฑ์ ควรจะเลือกแบบนั่งมากกว่านั่งยอง ๆ และควรใช้สุขภัณฑ์สีขาว เพราะจะทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่ขับถ่ายออกมาอย่างชัดเจนทั้งในปัสสาวะและอุจจาระ 

การดูแลตนเองหลังได้รับการรักษา

       หลังได้รับการรักษาโรคริดสีดวงทวารหนักโดยการรัดหรือการผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารที่ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น เช่น ถั่วงอก ผักบุ้ง ดื่มน้ำมาก ๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และฝึกนิสัยการขับถ่ายให้เป็นเวลา ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ได้รับผ่าตัดแล้วจะไม่กลับมาเป็นโรคนี้ซ้ำอีก 

พฤติกรรมที่ไม่ควรทำของผู้ป่วยโรคริดสีดวงทวารหนัก

       ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นโรคริดสีดวงทวารหนักมักจะอาย และไม่กล้าไปพบแพทย์ และบางรายก็หันไปพึ่งการใช้แพทย์ทางเลือก มีการฉีดยาสมุนไพร จนกระทั่งแผลเน่าและรูทวารตีบ ซึ่งในกรณีนี้แพทย์จะต้องทำการขยายรูทวาร และนำผิวหนังบริเวณที่ยื่นออกมากลับเข้าไปภายใน ซึ่งผู้ป่วยจะเจ็บมาก นอกจากนั้นในผู้ป่วยบางรายอาจมีความเชื่อว่าหากผ่าตัดริดสีดวงทวารหนักแล้วจะทำให้กลั้นอุจจาระไม่อยู่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การผ่าตัดริดสีดวงทวารหนักจะไม่โดนกล้ามเนื้อหูรูด และไม่มีผลต่อการกลั้นอุจจาระรวมทั้งไม่มีผลแทรกซ้อนใด ๆ ที่เป็นอันตรายทั้งสิ้น และแพทย์ก็จะทำการผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเท่านั้น ดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ควรอายที่จะไปพบแพทย์ และไม่ควรกังวลกับการผ่าตัดด้วย

คำถามจากผู้ฟังทางบ้าน

Q: ตอนนี้มีอายุ 46 ปี เวลาถ่ายอุจจาระจะเป็นเลือด และมีอาการปวดที่บริเวณรูทวารหนัก โดยจะปวดทุก ๆ 2 – 3 วัน เป็นมานาน 7 – 8 ปี แล้ว จะมีอันตรายหรือไม่?

A: อาการดังกล่าวถือเป็นสัญญาณอันตราย เนื่องจากในผู้ที่เป็นมะเร็งปากทวารหนักบริเวณลำไส้ตรงส่วนล่าง 7 - 10 ซม. คนไข้กลุ่มนี้จะมีอาการปวดเวลาเบ่งถ่าย คล้าย ๆ ถ่ายไม่สุด และถ่ายเป็นมูกปนเลือด ซึ่งในกรณีนี้ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องต่อไป

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook