PReMA Projects & Activities
  print 
  สูงวัย...พ้นภัยโรคกระดูกพรุน Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 31 มีค. เวลา 14:15 – 14:30 น. ทางวิทยุ จ.ส. 100  

      

รายการ :    “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)
วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.

ศ.พญ.นลินทิพย์  ตำนานทอง

กรรมการชมรมรักษ์กระดูก ภายใต้มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

สูงวัย...พ้นภัยโรคกระดูกพรุน

       อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทำให้คนมีอายุยืนยาวขึ้น แต่ในผู้สูงอายุ แน่นอนว่าร่างกายย่อมมีความเสื่อมลงตามกาลเวลา ซึ่งความเสื่อมก็เป็นสาเหตุแห่งโรคเรื้อรังต่าง ๆ มากมาย และโรคจากความเสื่อมของร่างกายโรคหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุก็คือ “โรคกระดูกพรุน”
       สำหรับรายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ เราจะไปพูดคุยกับ ศ.พญ.นลินทิพย์  ตำนานทอง กรรมการชมรมรักษ์กระดูก ภายใต้มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ในหัวข้อ “สูงวัย...พ้นภัยโรคกระดูกพรุน”

เมื่อร่างกายเสื่อม...กระดูกก็เสื่อม

       เมื่ออายุมากขึ้น จะเกิดความเสื่อมของโครงสร้างในเนื้อกระดูก ทำให้สร้างกระดูกได้น้อยลง ส่งผลให้กระดูกบางลง นอกจากนั้นในผู้หญิงที่หมดประจำเดือน ฮอร์โมนเพศหญิงซึ่งปรกติจะช่วยยับยั้งการสลายของมวลกระดูกก็จะลดลง  ทำให้การสลายของกระดูกมีมากกว่าการสร้าง ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้คือที่มาของภาวะกระดูกพรุน

ผู้หญิงเสี่ยงกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย

       เนื่องจากภาวะกระดูกพรุนมีเกี่ยวข้องกับการหมดประจำเดือนในเพศหญิง เพราะฉะนั้นผู้หญิงจึงมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย โดยในผู้หญิงที่มีอายุประมาณ 50 – 60 ปี ก็จะพบโรคกระดูกพรุนแล้ว แต่ในผู้ชายอาจจะพบได้ในช่วงอายุ 70 ปีขึ้นไป

พฤติกรรมสุขภาพที่ดี...ช่วยกระดูกแข็งแรงได้

       ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งอายุ  20 – 30 ปี ร่างกายจะมีการสร้างกระดูกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่หลังจากนั้นการสร้างกระดูกจะคงที่ ไม่มีการสร้างเพิ่มมากขึ้น แต่จะบางลงอย่างช้า ๆ จนกระทั่งอายุ 50 – 60 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้หญิงหมดประจำเดือน การสลายของกระดูกก็จะเร็วขึ้น กระดูกจึงบางลง
       เมื่อทราบก่อนล่วงหน้าว่าหากมีอายุมากขึ้นหรือเมื่อหมดประจำเดือนมวลกระดูกจะบางลง ทำให้ทุกคนควรหันมาใส่ใจต่อการสะสมมวลกระดูก โดยช่วงเวลาที่จะสะสมมวลกระดูกได้มากและดีที่สุดคือช่วงอายุ 20 – 30 ปี แต่หลังจากนั้นก็ยังควรสะสมความแข็งแรงของกระดูกต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งพฤติกรรมสุขภาพที่ดีก็เป็นปัจจัยหนึ่งจะช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรง และช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ ซึ่งได้แก่
       การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและโปรตีนสูงพอสมควร เช่น การรับประทานปลาตัวเล็กพร้อมก้าง กุ้งแห้งที่มีเปลือก เต้าหู้แข็ง น้ำเต้าหู้ที่ผสมแคลเซียม ซึ่งหากรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงตั้งแต่อายุยังน้อย แคลเซียมก็จะไปสะสมในกระดูก ทำให้กระดูกแข็งแรง 
       การออกไปตากแดดบ้าง โดยการใส่กางเกงขาสั้น และเสื้อแขนสั้นออกไปโดนแสงแดดอ่อน ๆ วันละประมาณ 5  – 10 นาที โดยไม่ทาโลชั่นที่ผสมสารกันแดด เพราะแสงแดดจะทำให้ผิวหนังสร้างวิตามินดีซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างกระดูกอย่างเพียงพอ
       การออกกำลังกาย หากมีการออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนัก เช่น การวิ่ง การเดิน การกระโดด การเต้นรำ การเต้นแอโรบิค หรือการมีวิถีชีวิตที่มีการยืน เดิน มีการเคลื่อนไหว ขึ้นลงบันได ก็จะทำให้มีกระดูกแข็งแรงมากกว่าการนั่ง ๆ นอน ๆ ทั้งวัน 
       หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นพิษต่อเซลล์กระดูก เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ การสูบบุหรี่

คำถามจากผู้ฟังทางบ้าน

Q:หากตรวจพบว่าความหนาแน่นของมวลกระดูกน้อยลง ควรรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มแคลเซียมอย่างไรจึงจะเหมาะสม?

A:มีการศึกษาพบว่า ในอาหารที่คนไทยรับประทาน โดยเฉลี่ยจะมีแคลเซียม 300 – 500 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าต่ำมาก เพราะโดยปรกติร่างกายมนุษย์จะต้องการแคลเซียมวันละ 800 – 1,000 มิลลิกรัม ดังนั้นหากเราได้รับแคลเซียมจากอาหารวันละ 300 มิลลิกรัม ก็ควรจะได้รับแคลเซียมเพิ่มอีก 500 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเมื่อถึงวัยที่สร้างกระดูกได้น้อยลง แพทย์ก็จะเริ่มให้รับประทานแคลเซียมวันละ500 มิลลิกรัม แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าได้แคลเซียมจากอาหารน้อย ก็จะเพิ่มเป็น 800 มิลลิกรัมต่อวัน
       อย่างไรก็ตามแคลเซียมจะต้องละลายในวิตามินดีก่อน ร่างกายจึงจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้  ดังนั้นนอกจากการรับประทานแคลเซียมแล้ว ยังควรได้รับวิตามินดีด้วย ซึ่งมีการศึกษาที่พบว่าระดับวิตามินดีในเลือดของคนไทยต่ำมาก โดยเฉพาะคนในเมือง เพราะส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่ในอาคาร และหากต้องตากแดดก็จะทาโลชั่นกันแดด จึงทำให้ไม่ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ

Q: ขณะนี้มีอายุ 57 ปี และมีปัญหาโรคกระดูกพรุน ซึ่งแพทย์ห้ามรับประทานชาจีน และชาเขียว จริง ๆ แล้วมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่?

A:ชาจีนและชาเขียวมีคุณสมบัติเดียวกันกับกาแฟ คือขับปัสสาวะออกจากร่างกาย และแคลเซียมก็จะถูกขับออกไปพร้อมกับปัสสาวะนั้นด้วย ซึ่งจะทำให้ร่างกายขาดแคลเซียม และต้องสลายแคลเซียมจากกระดูกมาเพิ่ม จึงยิ่งส่งผลให้กระดูกบางลง

Q: การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลูโคซามีน จะช่วยดูแลกระดูกได้หรือไม่?

A:กลูโคซามีน ซัลเฟต เป็นสารที่ร่างกายใช้นำไปสร้างกระดูกอ่อนผิวข้อ เพราะฉะนั้นจึงใช้รักษาโรคข้อเสื่อม และไม่เกี่ยวข้องกับโรคกระดูกพรุน

Q: การดื่มกาแฟทุกวัน วันละ 1 แก้ว จะทำให้กระดูกพรุนเร็วขึ้นหรือไม่?

A:การดื่มกาแฟวันละ 1 แก้ว อาจจะไม่มีผลต่อภาวะกระดูกพรุน แต่หากดื่มวันละ 3 – 4 แก้ว จึงจะมีผลต่อภาวะกระดูกพรุน

Back

Comment

Lumyuk Audio Clips

No flash player!

It looks like you don't have flash player installed. Click here to go to Macromedia download page.

PReMA on Twitter

PReMA on Facebook