รายการ : “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ”

ออกอากาศทาง : สถานีวิทยุ จส. 100 (FM 100 MHz.)

วัน และ เวลาออกอากาศ : วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2555 เวลา 14:15 น. – 14:30 น.



พรรณี อมรอิทธิกุล

คณะกรรมการฝ่ายกิจกรรม ชมรมสายใยความหวังผู้ป่วย

เอชไอวี ตรวจเพื่อก้าวต่อ ป้องกันได้...รักษาได้

วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมาเป็น “วันเอดส์โลก” ซึ่ง รายการ “ล้ำยุคเรื่องสุขภาพ” ช่วงสุขภาพดีกับพรีม่าในครั้งนี้ ได้พูดคุยกับ คุณพรรณี อมรอิทธิกุล คณะกรรมการฝ่ายกิจกรรม ชมรมสายใยความหวังผู้ป่วย ในหัวข้อ “เอชไอวี ตรวจเพื่อก้าวต่อ ป้องกันได้...รักษาได้”

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคเอดส์

โรคเอดส์ถูกค้นพบครั้งแรกในปีพ.ศ.2524 ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ไปแล้วเกือบ 30 ล้านราย และมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 34 ล้านราย สำหรับประเทศไทยคาดว่าปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีประมาณ 5 แสนราย ในจำนวนนี้มากกว่า 2 แสนรายที่ยังไม่เข้าถึงการรักษา และยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1,200 ราย หรือชั่วโมงละ 1 – 2 ราย ซึ่งการติดเชื้อไม่ได้มาจากกลุ่มชายรักชายเท่านั้น แต่ยังมีการติดเชื้อจากเพื่อนสู่เพื่อน สามีสู่ภรรยา ภรรยาสู่สามี และบางรายไม่ทราบแม้กระทั่งติดเชื้อจากใคร

เนื่องจากเชื้อเอชไอวี เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะใช้ระยะเวลาประมาณ 10 – 11 ปี กว่าที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อเจ็บป่วยหรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวหากผู้ติดเชื้อไม่เข้ารับการตรวจเลือดเพื่อค้นหาเชื้อเอชไอวีก็จะไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ และหากยังใช้ชีวิตตามปรกติ ก็อาจจะแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจเลือดเพื่อค้นหาเชื้อเอชไอวีก็ต่อเมื่อมีอาการรุนแรงแล้ว ส่งผลให้เข้าสู่การรักษาช้า ดังนั้นผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงจึงควรข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอไอวีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ทราบผลตั้งแต่เบื้องต้น เข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็ว สามารถวางแผนในการดูแลสุขภาพของตนเอง และยังสมารถป้องกันการส่งต่อเชื้อไปให้คนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจได้ด้วย ซึ่งในกรณีที่มีการติดเชื้อระหว่างการตั้งครรภ์และทราบว่าตนเองติดเชื้อ มารดาก็จะได้รับยาต้านไวรัสเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อในทารกทันที ซึ่งปัจจุบันแทบจะไม่พบการติดเชื้อเอชไอวีจากมารดาสู่ทารกแล้ว

ตรวจเลือดหาเอดส์...ไม่ยากอย่างที่คิด

สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพ สามารถใช้สิทธิ์ตรวจหาเชื้อเอชไอวีได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายปีละ 2 ครั้ง และสำหรับผู้ที่ใช้สิทธิ์ในระบบสุขภาพอื่น ๆ หากมีโอกาสเสี่ยง ก็สามารถที่จะไปตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีได้ตามโรงพยาบาลของภาครัฐทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน นอกจากนั้นที่ผ่านมาสภากาชาดไทยก็ยังได้ร่วมมือกับ 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์ จัดรณรงค์ให้มีการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีโดยสมัครใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายขึ้นตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ โดยผู้เข้ารับการตรวจเลือดจะทราบผลภายใน 1 ชม.ซึ่งในจำนวนผู้เข้ารับบริการทั้งหมด พบว่ามีผู้ติดเชื้อประมาณ 3 %

เอดส์...เรื่องใกล้ตัว

โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บางโรคก็ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด บางโรคก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากทราบถึงการป้องกัน แต่หากป่วยแล้วก็ควรที่จะเรียนรู้ว่าจะอยู่กับโรคให้มีความสุขได้อย่างไร

สำหรับโรคเอดส์ ปัจจุบันไม่ได้เป็นโรคน่ากลัวอีกต่อไป เนื่องจากประชาชนรับทราบข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้มากขึ้น โดยโรคนี้สามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน และแม้ว่าในปัจจุบันยังไม่มีวิธีหรือยาที่รักษาโรคนี้ให้หายขาด แต่ยาต้านไวรัสเอชไอวีที่มีอยู่ก็สามารถทำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งสำหรับคนไทย ทุกคนสามารถเข้าถึงยาดังกล่าวได้ และหากผู้ป่วยใช้ยาอย่าสม่ำเสมอ หมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ไปพบแพทย์ตามนัด และไม่รับเชื้อเพิ่ม สุขภาพของผู้ติดเชื้อเอชไอวีก็จะไม่แตกต่างจากคนปรกติ

ทัศนคติที่ผิด ๆ เกี่ยวกับโรคเอดส์

เป็นที่ทราบกันดีว่าโรคเอดส์ติดต่อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน อย่างไรก็ตามสังคมไทยยังคงมีทัศนคติในเชิงลบต่อการใช้ถุงยาอนามัย เนื่องจากไว้วางใจในคู่ของตนเอง และมีเรื่องของศีลธรรม ประเพณีดั้งเดิมเข้ามาเกี่ยวข้อง ผลก็คือพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่หากทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ก็จะลดลง นอกจากนั้นยังลดโอกาสในการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ รวมทั้งการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมด้วย

วัยรุ่น...กลุ่มเสี่ยงติดเอดส์

ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ในช่วงอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ โดยพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มวัยรุ่นมากมากขึ้น ซึ่งสาเหตุอาจจะเกิดจากสังคมซึ่งมีทัศนคติว่าการมีเพศสัมพันธ์ต้องอยู่ในวัยอันควร ซึ่งหากผู้ใหญ่เปิดใจให้กว้าง และหันมาให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยต่อวัยรุ่น ตัวเลขของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มวัยรุ่นก็น่าจะลดลง

เชื้อเอชไอวีสามารถป้องกันได้ ส่วนโรคเอดส์ก็สามารถรักษาได้ หากยิ่งรู้เร็วว่าติดเชื้อ การรักษาก็จะไม่ยุ่งยากซับซ้อนเท่ากับเมื่อมีอาการป่วยมากแล้ว นอกจากนั้นยังสามารถป้องกันโรคติดเชื้อฉวยโอกาส และสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพของตนเองได้เร็วขึ้น ซึ่งหากทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจในโรคเอสด์ ประเทสไทยก็จะสามารถเข้าใกล้แผนการดำเนินงาน “Getting To Zero” ซึ่งมี 3 ประเด็นคือ ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ ผู้ติดเชื้อไม่เสียชีวิตจากโรคเอดส์ และผู้ติดเชื้อไม่ถูกตีตราหรือได้รับการรังเกียจและสามารถอยู่ร่วมกับคนปรกติได้ ซึ่งหากท่านใดที่ต้องการขอรับคำปรึกษาเรื่องโรคเอดส์ ก็สามารถโทรขอรับคำปรึกษาได้ที่ 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.ของทุกวัน และหากผู้ใดสนใจเป็นอาสาสมัครให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโรคเอดส์ก็สามารถโทรศัพท์เข้าไปสมัครได้ที่ สายด่วน 1663 เช่นกัน ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่ทราบว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวีและต้องการเข้าร่วมโครงการวิจัยการป้องกันรักษาโรคเอดส์ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 08 9555 3385