เกณฑ์จริยธรรมของสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์

ที่มาของเกณฑ์จริยธรรมของสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์

ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นเพื่อนำไปสู่ความสร้างธรรมาภิบาลและป้องกันการทุจริตในภาคอุตสาหกรรม สมาคมยาประเทศอังกฤษจึงได้จัดทำเกณฑ์จริยธรรมฉบับแรกในโลกขึ้นในปี พ.ศ. 2501 ต่อมา สหพันธ์ผู้ผลิตและสมาคมเภสัชภัณฑ์นานาชาติ (International Federation of Pharmaceutical Manufacturers Association: IFPMA) จึงดำเนินการจัดทำเกณฑ์จริยธรรมให้สมาชิก ซึ่งเป็นบริษัทเภสัชภัณฑ์ที่มีฐานวิจัยพัฒนาทั่วโลก ในปี พ.ศ. 2529 ในฐานะสมาชิกของ IFPMA สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ได้เริ่มจัดทำและบังคับใช้เกณฑ์จริยธรรมสำหรับสมาชิกขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยใช้ชื่อว่า “หลักเกณฑ์ของการปฏิบัติงานทางด้านการตลาดเภสัชภัณฑ์ของสมาคมผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม” และในปีเดียวกัน องค์การอนามัยโลกได้เริ่มมีเกณฑ์จริยธรรมของตนเองเช่นเดียวกัน ในช่วงเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการของสมาคม ฯ มีการปรับปรุงเกณฑ์จริยธรรมของสมาคม ฯ เป็นระยะ โดยใช้หลักการแห่งกรุงเม็กซิโกว่าด้วยระเบียบปฏิบัติตามความสมัครใจในจรรยาบรรณทางธุรกิจสาขาเภสัชชีวภาพ ของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC Mexico City Principles for Voluntary Code of Business Ethics in the Biopharmaceutical Sector) และเกณฑ์จริยธรรม พ.ศ. 2555 ของสหพันธ์ผู้ผลิตและสมาคมเภสัชภัณฑ์นานาชาติ หรือ IFPMA เป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องตามความเปลี่ยนแปลงของตลาดและความเข้มงวดของกฎหมาย เกณฑ์จริยธรรมของสมาคม ฯ ฉบับล่าสุดคือ เกณฑ์จริยธรรมสำหรับช่องทางสถานพยาบาล ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2559 ของสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังจัดทำหลักเกณฑ์ทางการขายและการตลาดของสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ต่อร้านค้าเภสัชภัณฑ์ ผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการที่จำหน่ายเภสัชภัณฑ์ โดยฉบับล่าสุดคือฉบับที่ 3, พ.ศ. 2554


เกณฑ์จริยธรรมสำหรับช่องทางสถานพยาบาล ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2559 ของสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์

หลักเกณฑ์ทางการขายและการตลาด ของสมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ต่อร้านค้าเภสัชภัณฑ์ ผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการที่จำหน่ายเภสัชภัณฑ์ ฉบับที่ 3, พ.ศ. 2554