ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนและการตรวจเยี่ยมสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร) และ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์) และคณะ

3 สิงหาคม 2560 เวลา 13.00 – 15.00 น.
ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทรชั้น 1 อาคาร 1 ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

      ในวันที่ 3 สิงหาคม 2560 เวลา 13.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร) และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์) ร่วมเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมีเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) (นายทศพร ศิริสัมพันธ์) และที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ (นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข) ร่วมเข้าประชุมด้วย โดยที่ภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมเป็นตัวแทนยา อาหาร เครื่องสำอางค์ เครื่องมือแพทย์ จากสภาอุตสาหกรรม และสภาหอการค้าไทย



      เริ่มด้วยการกล่าวต้อนรับโดยเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และนำเสนอเรื่อง อย. ยุค 4.0 เพื่อชี้แจงถึงสภาพปัญหาที่ อย. ประสบในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา อันเกิดจากปริมาณคำขออนุญาตที่เพิ่มขึ้นอันไม่สอดคล้องกับจำนวนข้าราชการ อย. ที่คงที่ รวมถึงข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งองค์กรมหาชน การจัดตั้งหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ แต่ไม่เคยได้รับการอนุมัติ จนถึงเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2559 โดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้มาตรการ ม. 44 ซึ่งเอื้อให้ อย. สามารถเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ยื่นคำขอเพื่อนำรายได้ไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น เพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญประเมินเอกสาร ได้รับอนุมัติเพิ่มข้าราชการเพื่อพิจารณาคำขออนุญาตที่คงค้าง และจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ยื่นคำขอในการให้คำแนะนำการเตรียมเอกสารได้ครบถ้วนเพื่อให้ได้รับการพิจารณาอนุญาตที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงการจัดตั้งสถาบันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จะรับผิดชอบคำขอที่ยื่นผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์ ทั้งนี้ เลขา อย. ได้แสดงถึงความพร้อม อย. ในการก้าวสู่ อย. ยุค 4.0

      หลังจากรับฟังการนำเสนอของเลขา อย. ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์กล่าวว่ารัฐบาลมีความยินดีและสนับสนุนการปฎิรูปการดำเนินงานของ อย. แต่มีความกังวลเกี่ยวกับคำขอที่คั่งค้างจำนวนมากและค้างมานาน โดย ดร.สุวิทย์ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่ อย. ว่า ควรจัดแบ่งประเภทคำขออนุญาตออกเป็น 3 ประเภท คือ คำขอที่คงค้าง คำขอใหม่ และคำขอที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการพิจารณาอนุญาต โดย อย. สามารถจัดลำดับความสำคัญของคำขอแต่ละประเภทเพื่อให้สามารถพิจารณาคำขอที่ไม่มีความซับซ้อนก่อนเพื่อลดจำนวนคำขอให้ได้ตามแผนที่กำหนดไว้ อีกทั้งสามารถใช้วิธีผ่อนถ่ายให้หน่วยงานอื่นทำ หรือใช้วิธีอ้างอิง เพื่อให้การพิจารณากระทำได้รวดเร็วขึ้น เลขาธิการ ก.พ.ร. ได้ให้ความเห็นเรื่องความพร้อมของ อย. และยินดีที่จะช่วยเหลือหากต้องการ เนื่องจากเงินอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถแก้อุปสรรคได้ทุกเรื่อง หลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมเสนอความเห็น ซึ่งภาคอุตสากรรมต่างเห็นด้วยและพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ อย. แต่ยังขาดความเชื่อมั่นว่า อย. มีความพร้อมอย่างแท้จริง ดังนั้นในอีก 3 เดือน ทางคณะจะมาติดตามความคืบหน้าของ อย. ว่าสามารถลดจำนวนคำขอได้เป็นสัดส่วนเท่าใด และมีประเด็นปัญหาอะไรที่ต้องการให้ทางคณะช่วยสนับสนุนหรือไม่



      หลังจากปิดการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร) และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์) เยี่ยมชมศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพ ศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์สุขภาพ และสถาบันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ พร้อมชมนิทรรศจากที่จัดแสดงโดยภาคอุตสาหกรรมที่แสดงถึงความก้าวหน้าของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพในประเทศไทย การวิจัยทางคลินิค และการยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบอิเลคทรอนิกส์ที่มีความสะดวกและรวดเร็ว ซึ่งในการเปิดสถาบันนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ ได้มีพิธีมอบทะเบียนตำรับยาที่ผ่านการอนุมัติโดยสถาบันฯ อีกด้วย